บทเรียนที่9 กลยุทธ์ ทำสื่อเพื่อให้คนรู้จัก

PREDATOR THINKING :
บทเรียนที่9 กลยุทธ์ ทำสื่อเพื่อให้คนรู้จัก 

กลยุทธ์ ทำสื่อเพื่อให้คนรู้จักต้องมีการพัฒนาอาหารเมนูใหม่ๆ เสมอ
กลยุทธ์

คำถามที่สำคัญคือ   

เราในฐานะเจ้าของแบรนด์เราถนัดอะไร ? และ เราไม่ถนัดอะไร ?

We as a brand owner, what are we good at? And what are we not good at?

ผมเคยเห็นในหลายครั้งที่เจ้าของแบรนด์ มานั่งออกแบบ โลโก้ ออกแบบร้าน, ออกแบบเว็บไซต์เองอย่างภาคภูมิใจ จะด้วย ความชอบหรืออยากประหยัดก็แล้วแต่ แต่ถ้าท่านไม่มีความรู้ ไม่มีความชำนาญ ท่านเลือกมืออาชีพมาร่วมงานจะเร็วและดี กว่าครับ

แล้วท่านควรไปทำอะไร ก็ทำโจทย์ของทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้อง ทำให้ไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง ซึ่งการจะควบคุมทิศทางเหล่านี้ ได้ทั้งหมดต้องจัดทำกลยุทธ์แบรนด์ที่ถูกต้อง เราเองควรไปทำ workshop กลยุทธ์ทั้งหมดด้วยตัวท่านเอง ( กับทีมงานของท่าน หรือทีมที่ปรึกษา) ย้ำนะครับตัวท่านเองต้องมีส่วนร่วม

กลยุทธ์ แบรนด์มีอะไรบ้าง ให้ไปดูในบทที่พูดถึง การสร้าง แบรนด์ด้วยทฤษฎีต้นไม้ เช่น Brand future vision

อย่าไป Copy and paste จาก Google มาวางแล้วดัดแปลงเป็นอันขาด  นั่นเท่ากับว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะเจ้าของแบรนด์ที่ถูกต้อง ออกเรือไปหาปลายังต้องมีเข็มทิศเพื่อความถูกต้องแม่นยำจะสร้างแบรนด์ก็ต้องมีทิศทางที่ถูกต้องเช่นกัน

บทบาทหน้าที่หลักของเจ้าของธุรกิจในปัจจุบันแตกต่าง กับ เจ้าของธุรกิจในอดีตโดยสิ้นเชิง เมื่อก่อนลูกน้องจะเรียกท่านว่า เถ้าแก่ แต่ในปัจจุบันถ้าท่านเป็นเจ้าของธุรกิจนิยามใหม่ของท่านคือ ผู้นำ

The main role of current business owners is totally different from past business owners. In the past, the subordinates would call him the boss, but nowadays if you are a business owner, your new definition is the leader

ซึ่งก็มากกว่าแค่ผู้บริหาร ผู้นำต้องนำทุกคนได้จริงๆ ไม่ใช่ แค่ด้วยประสบการณ์มากกว่า หรือตำแหน่งมากกว่า แต่ต้อง นำด้วยวิสัยทัศน์และการเป็นแบบอย่างที่มากกว่า สิ่งที่ผมจะ แนะนำทุกท่านคือ เราต้องวางหน้าที่ของเราให้ถูกต้อง ความ สำเร็จจะเริ่มก่อตัวขึ้นมาได้ไม่ยาก และจากประสบการณ์ตรงที่ได้ร่วมงานกับเจ้าของธุรกิจต่างๆ

ผมสรุปบทบาทหน้าที่ของผู้นำองค์กรหรือผู้นำแบรนด์อย่าง เรียบง่ายได้ดังนี้

1. หน้าที่การเรียนรู้ :

เรียนรู้และเข้าใจการสร้างแบรนด์เสียใหม่ว่าไม่ใช่แค่ โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ แต่ต้องมองว่าการสร้างแบรนด์คือ เข็มทิศทางธุรกิจ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทาง จัดจำหน่าย บรรยากาศพื้นที่การขายและการสื่อสารแบรนด์

2. หน้าที่สร้างกลยุทธ์ที่แหลมคม :

การสร้าง กลยุทธ์ การสร้างแบรนด์นั้น มีความใกล้เคียงกับกลยุทธ์ธุรกิจเจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องเป็นคนให้ทิศทาง กลยุทธ์ การสร้างแบรนด์

3. หน้าที่สื่อสารกับพนักงาน :

การสร้างแบรนด์นั้นจะขับเคลื่อนจากภายในออกสู่ ภายนอก ดังนั้นการทำให้พนักงานหรือทีมงานเข้าใจในแบรนด์ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะขับเคลื่อนแบรนด์

4. หน้าที่สื่อสารกับภายนอกองค์กร

การสร้างแบรนด์ ท่านต้องมีภาพจำที่ชัดเจน ผมแนะนำว่าท่านควรจำ Value brand เป็น key word แล้วทุกๆครั้งต้องพูดในประเด็นนี้ไม่พูดตามใจหรือตามอารมณ์

5.หน้าที่คัดเลือกสรรหาพุน้า :

คัดเลือกสรรหาบุคลากรในตำแหน่งสําคัญด้วยตัวท่านเอง เสมือนเล่าปีหาขงเบ้งซึ่งสามารถเปลี่ยนเกมธุรกิจท่านได้ทันที ที่สำคัญท่านต้องพิถีพิถันในการเลือก โดยเฉพาะนักออกแบบ นักการตลาด หัวหน้าฝ่ายบุคคล อะไรที่ท่านทำไม่ได้ และไม่เก่ง อย่าทำเองเป็นอันขาด คิดง่ายๆว่า ท่านต้องหาคนที่เก่งกว่าท่าน ในแต่ละด้านมาร่วมงาน

6.หน้าที่ในการคิดถึงนวัตกรรมที่เหมาะ กับโลกในอนาคตลอดเวลา

หรือมีหน้าที่มองว่าอนาคตแบรนด์เรา ธุรกิจเราจะอยู่รอ” ได้อย่างไร และหาโอกาสใหม่ๆ คิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่ๆ

อย่าง สม่ำเสมอ

ลองทบทวนนะครับ ว่าตอนนี้ท่านกำลังทำหน้าที่ ที่ “ควรทำ” หรือ “อยากทำ”แล้วมองย้อนธุรกิจตัวเองเพราะมันจะสะท้อนผลลัพธ์ ออกมาตามบทบาทและหน้าที่ของท่านที่มีต่อธุรกิจท่านเอง

4  ทฤษฏีต้นไม้

คำว่า “ฟลุค”

ไม่มีอีกต่อไป สำหรับธุรกิจในปัจจุบัน ที่โลกใบนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน และมีธุรกิจกำเนิดเกิดใหม่ขึ้น

มากมาย

ถ้าท่านอยากประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ให้เป็น สินทรัพย์ที่นับวันมีแต่เพิ่มยิ่งกว่าสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ไม่ว่า จะเป็นหุ้น, ที่ดิน หรือ เงินในบัญชีด้วยซ้ำ เพราะเมื่อโลกถล่มไป ทุกอย่างของท่านหายหมด แต่ถ้าท่านเดินไปบอกนายธนาคารว่า ” ท่านคือเจ้าของแบรนด์ Disney” เชื่อว่าทุกๆธนาคารจะให้ท่าน กู้เงินเพื่อกลับมารื้อฟื้นกิจการ คนจำนวนมากก็อยากมาลงทุน กับท่านอย่างแน่นอน

ตลอดเวลาหลายปีที่ผมได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ เจ้าของแบรนด์ นักการตลาด นักขาย นักออกแบบ และแก้โจทย์ยากๆ มาก็หลากหลาย ผมได้รวบรวมมาเป็นทฤษฎี การสร้างแบรนด์อันแสนจะเรียบง่าย ก็คือ ทฤษฎีต้นไม้ ซึ่งเป็น ธรรมชาติที่เราเห็นได้ใกล้ๆ ตัวและเป็นกฎธรรมชาติที่เถียงไม่ได้ เพราะมันเป็นความจริง

ต้นไม้มีระบบใหญ่ๆ อยู่ 3 ระบบ

1. ราก

เป็นสิ่งที่สำคัญมากแม้ตาเราจะมองไม่เห็นเพราะมันอยู่ ใต้ดิน รากทำหน้าที่ดึงน้ำและแร่ธาตุจากดินมาบำรุงต้นไม้ให้ เติบโตอย่างแข็งแรง

ดินเปรียบเสมือนข้อมูลจำนวนมากที่มีอยู่ แต่เราไม่รู้จะ เอาไปใช้อย่างไรดี น้ำและแร่ธาตุเปรียบเสมือนข้อมูลที่มีส่วน สำคัญต่อธุรกิจ ส่วนรากเปรียบเสมือนขั้นตอน “การวิจัย” ถ้า การวิจัยมีประสิทธิภาพ เลือกวิธีวิจัยอย่างเหมาะสม มีขั้นตอน ในการวิเคราะห์อย่างถูกต้อง เราจะสามารถนำผลการวิจัยที่ได้ มาต่อยอดในการสร้างกลยุทธ์แบรนด์ในขั้นตอนต่อไปได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

การวิจัยในขั้นตอนรากประกอบด้วย

Corporate Value มองตัวองค์กรเรา

เพื่อค้นหาจุดแข็ง หรือจุดที่เป็น ความสามารถหลักของ องค์กร เพื่อนำไปสรุปเป็นคุณค่าที่เรามีอยู่

Competitors คือ การวิเคราะห์คู่แข่ง

ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเลือกคู่แข่งที่มีความใกล้เคียง ภาพความสำเร็จเรามากที่สุด

Consumer คือการค้นหาความต้องการของลูกค้า

ตั้งแต่ความต้องการขั้นพื้นฐาน (Need) ไปจนถึงความ ต้องการที่ซ่อนเร้น (Unmet Need)

Mega trend คือการศึกษาข้อมูลแนวโน้มของโลก

โดยแบ่งเป็น Business trend, Social trend , Consumer trend, Design trend เป็นต้น

บทเรียนที่9 กลยุทธ์ ทำสื่อเพื่อให้คนรู้จัก

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com