บทเรียนที่ 17 เคล็ดสนุกกับงานได้ทุกวัน

บทเรียนที่ 17 บทบาทของคนทำงานดี ในการทำงาน ทุกคนต้องการความก้าวหน้าและมั่นคง มีความพึงพอใจในงานที่ปฏิบัติ การที่จะประสบความสำเร็จตามความต้องการมากน้อยเพียงใด ผู้ทำงานต้องให้ความสนใจและเรียนรู้ให้เข้าใจในงานทีปฏิบัติให้ดี รวมทั้งต้องมองหาจุดดีของงานและตระหนักอยู่เสมอว่างานที่ทำมีความสำคัญเพิ่มคุณค่าให้แก่ตนเอง แต่ทั้งนี้การที่จะทำงานให้มีความสุขนั้น ต้องมีหลักที่ควรปฏิบัติหลายอย่าง เช่น ต้องทำตนให้เป็นมิตรกับผู้อื่นร่วมทั้งต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดความร่วมมืออยู่เสมอ มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อมีโอกาส

12 เคล็ดสนุกกับงานได้ทุกวัน

1.เริ่มงานอย่างสดชื่นกระปรี้กระเปร่าปลอดโปร่ง

2.ปรับปรุงบุคลิกภาพ ให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะงาน

3.สนทนาแลกเปลี่ยนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานอยู่เสมอ

4.ศึกษาวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม

5.ใส่ความกระตือรือร้น และพลังวังชาลงไปในงาน

6.หมั่นบันทึกคำเตือนเพื่อกันลืมสำหรับตนเอง

7.หมั่นหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา

8.หากต้องการคลายเครียด ลองหาหนังสือธรรมมะอ่าน

9.อย่าจริงจังกับงานและชีวิตจนเคร่งเครียด

10.แบ่งงานออกเป็นส่วนๆ แล้วลำดับความสำคัญของงาน

11.กำหนดเวลาพักผ่อน เวลาทำงาน และเวลานั่งสมาธิให้ชัดเจน

12.จินตนาการไปถึงความสำเร็จก้าวหน้าในอาชีพ

                ในการทำงานที่ดีนั้น การทำงานร่วมกันต้องชี้แจงวัตถุประสงค์ที่ตนต้องการความช่วยเหลือให้แน่ชัด หลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดของผู้ร่วมงาน เมื่อเกิดความขัดแย้งให้หาทางประนีประนอม ซึ่งไม่ควรคิดว่าเป็นการเสียหน้าหรือเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด

               แต่อย่างไรก็ตามในการดำเนินชีวิตประจำวันภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบ ความเครียด ความวิตกกังวล เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ถ้าหากคุณตระหนักถึงบทบาทของตนเองในปัจจุบัน มีความพอใจในงาน พร้อมทั้งมีการพัฒนาตนเอง สนใจใฝ่หาความรู้ในงานอยู่เสมอพึงประเมินและประมาณตนเอง และเตือนอยู่เสมอว่าการจะเป็นผู้สำเร็จในชีวิตการงานได้ ต้องทำงานด้วยความขยัน ฉลาดมีไหวพริบ เสียสละ อกทน อย่างมีการพัฒนาตนเองไปด้วย บทเรียนที่17 จะช่วยในการทำงานเป็นไปได้ด้วยดี ผลงานมีประสิทธิภาพแต่เมื่อมีภาวะเคร่งเครียดในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรมีการพูดคุยกับผู้ที่ไว้วางใจได้ เพื่อลดความเคร่งเครียดลงบ้าง บางครั้งอาจจะได้เห็นหนทางที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

• เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสโดยการคิดสร้างสรรค์ ถ้าเราคิดให้ดีแล้ว จะพบว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้มีสองด้านเสมอคือ มีทั้งด้านบวกและด้านลบ จิตใจคนส่วนมากมักจะมีความไวต่อสิ่งที่เป็นลบ มากกว่าสิ่งที่เป็นบวกไม่แตกต่างอะไรไปจากการอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่เรามักจะให้ความสนใจกับข่าวคนจับยาบ้า การฆ่ากันตาย มากกว่าข่าวที่ บุคคลต่างๆ ได้รับรางวัล ดังนั้น เวลาเบื่องานผมอยากให้คิดว่าดีเหมือนกัน จะได้มีโอกาสชะลอสปีดการทำงานลงบ้าง ร่างกายและจิตใจจะได้พักผ่อน ดีเหมือนกันจะได้มีเวลาคิดทบทวนการทำงานที่ผ่านมา ดีเหมือนกันจะได้ เกิดแรงยึดเมื่อความเบื่อมันจากเราไป คนบางคนชีวิตเปลี่ยนแปลงไปก็ เพราะการเบื่องานนี่แหละ เช่น คิดหาช่องทางประกอบอาชีพส่วนตัวได้ก็ ตอนเบื่องาน คิดอยากจะเรียนต่อปริญญาโทก็ตอนเบื่องานเหมือนกัน

• หนามยอกเอาหนามบ่งวิธีหนึ่งที่ผมเคยใช้กับตัวเองคือ ถ้าเกิดอาการเบื่องานผมก็จะตามใจ ตัวเองและลองประชดตัวเอง โดยการไปสมัครงานใหม่ (จริงๆ แล้วไม่ใช่ต้องการ เปลี่ยนงาน) พอเราไปสมัครงานแล้ว บางครั้งเวลาผ่านไปเพียงวันสองวันเรา ก็รู้สึกดีขึ้น ถึงแม้เขาเรียกสัมภาษณ์มาเราก็ไม่ไป บางครั้งก็ลองไปสัมภาษณ์ ผมเชื่อว่าถ้าเราไปสัมภาษณ์ด้วยอารมณ์เบื่อ โอกาสได้งานนั้นมีน้อยมาก พอสัมภาษณ์ไม่ผ่านเราก็รู้สึกว่างานที่เรากำลังทำอยู่มีค่ากับเรามากขึ้น ถ้าเรา ได้งานเราเริ่มคิดหนัก เพราะตอนที่ไปสมัครและสัมภาษณ์เราไปเพราะอารมณ์ ไม่ได้ไปเพราะวางแผนไว้ล่วงหน้า คิดไปคิดมาสุดท้ายเราก็จะเห็นว่างาน ปัจจุบันของเราดีกว่าในหลายเรื่อง ยิ่งคนบางคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงด้วย แล้ว โอกาสเปลี่ยนงานนั้นคงมีไม่มากนะครับ

•ปลงซะบ้างถ้าไม่มีวิธีไหนช่วยให้เราหายเบื่องานได้แล้ว ผมขอแนะนำให้ใช้เทคนิค วิธีแบบไม่ต้องคิดอะไรมากคือ “ปลงซะ” คิดเสียว่าในโลกนี้ไม่มีงานไหนที่ เราจะไม่เบื่อ เพราะอย่างที่ผมได้กล่าวไว้แล้วในตอนแรกว่าความเบื่อนั้นเกิด จาก “ใจ” ของเรา ไม่ใช่ “ตัวของงาน” ดังนั้น ถ้าเรายังมีจิตใจอยู่ ความเบื่อ จะไม่หายไปจากโลกนี้อย่างแน่นอน

• ซ้อมคิดล้มเหลว ถ้าเรารู้สึกเบื่องาน ขอให้คิดต่อยอดของความเบื่องานไปอีก อย่าง เพียงแค่เบื่อหรือเซ็ง แต่คิดต่อไปว่า ถ้าเราเบื่องานแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อาจจะทำงานผิดพลาด หัวหน้าตำหนิ เงินเดือนขึ้นน้อย โอกาสก้าวหน้าใน หน้าที่การงานมีน้อยลง เผลอๆ อาจจะมีโอกาสตกงานโดยไม่ตั้งใจก็ได้ อย่างนี้ทำไม ก็คิดให้ใจเกิดความกลัว จะได้ไม่เบื่องานอีกต่อไป

• เปิดวิดีโอเทปชีวิตของการทำงานวันแรก ถ้าเรารู้สึกเบื่องานขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมขอแนะนำให้ลองหาที่สงบๆ เปิด วิดีโอเทปชีวิตการทำงานโดยการนั่งหลับตาและรีเพลย์เทปกลับไปค้นหา ภาพที่เราเข้ามาทำงานที่นี่วันแรก ลองหลับตานึกให้เห็นภาพและเสียงของ บรรยากาศในการเข้ามาทำงานในวันแรกของเราดูนะครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นมันจะตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่เรากำลัง เพราะภาพที่เราเห็นนั้น เราจะเห็นความตื่นเต้น ดีใจ ความกระตือรือร้นของคนๆ หนึ่งที่มีพลังในการทำงานสงมาก พยายามจดจำเทปชีวิตจุดนี้ไว้เพื่อนำมาใช้ทำลายความรู้สึกเบื่องาน ถ้าทำแล้วยังไม่หายเบื่ออีก ผมขอแนะ ให้ทำซ้ำๆ จนกว่าอาการเบื่องานจะดีขึ้น

สรุป การเบื้องานเป็นของคู่กันกับชีวิตการทำงาน เราคงไม่สามารถ ป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เราสามารถลดความเบื่อให้น้อยลงได้ เช่น ทำงานให้สนุก รักงานที่ทำ ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารัก แต่ถ้าป้องกันไม่ได้แล้ว เรารู้สึกเบื่อขึ้นมาเมื่อไหร่ ลองใช้เทคนิควิธีการที่ผมได้กล่าวมาแล้ว หรืออาจ จะคิดหาเทคนิคเฉพาะตัวของแต่ละคนขึ้นมาจัดการกับความเบื่องานก็ได้นะ ครับ

สรุป บทเรียนที่ 17 อีกครั้ง คือให้หาเรื่องมาท้าทายสมอง มองหาปัญหาให้เจอแล้ว คิดแก้ไขปรับปรุง ถ้าทำได้อย่างนี้ทุกวัน การทำงานมันก็จะ แน่นอน ครับ แถมยังฉลาดขึ้นทุกวันอีกต่างหาก

ยกตัวอย่าง สมมุติว่าคุณเป็นพนักงาน Office วันนี้คุณอาจจะคิด คำนวณดูเล่นๆ ว่า วันๆ หนึ่งเราใช้กระดาษแบบไม่ประหยัดไปเท่าใด จะหา วิธีปรับปรุงอย่างไรให้มันประหยัดมากขึ้น คิดให้มันเป็นตัวเลขออกมาเลยครับ คำนวณดูว่าวันๆ หนึ่งใช้เปลืองไปเท่านี้ ถ้าคูณกับหนึ่งปี มันจะเปลืองไปอีก สักเท่าใด อะไรทำนองนั้น พอวันต่อๆ ไปก็หาเรื่องอื่นๆ มาคิดท้าทายสมอง เล่นอีก เช่น จัดโต๊ะอย่างไรถึงจะนั่งทำงานไม่เสียสุขภาพ วางอุปกรณ์ สำนักงาน. อย่างไรถึงจะหยิบก็ง่ายหายก็รู้ ฯลฯ ที่นี้พอหมดเรื่องรอบโต๊ะ คุณอาจจะไป มองหาปัญหาอื่นๆ ในบริษัทมานั่งฝึกสมองเล่นก็ได้ ยิ่งเป็นการดีเสียอีก

เพราะนั่นแสดงว่าคุณกำลังพัฒนาตนเองให้เป็นนักบริหารที่ดีในอนาคต ทำอย่างนี้ได้ทุกวัน รับรองว่าชีวิตการทำงานของคุณจะต้องพบกับความ ก้าวหน้าแน่นอนการงานทุกอย่างถ้าไม่ใช่อาชีพทุจริต ล้วนแต่มีคุณค่าแฝงอยู่ในการ งานทั้งนั้น ดังนั้นขอเพียงแต่คุณรู้จักมองให้เห็นคุณค่าของมัน แล้วสร้าง ความประทับใจในงานที่คุณทำอย่างสุดซึ้ง ความรักความประทับใจในการ งานของคุณนี้เองที่จะเป็นพลังใจทำให้คุณสามารถต่อสู้งานที่ยากลำบาก หรือ น่าเบื่อหน่ายต่อไปได้อีกครั้งว่าขอให้คุณสร้างความภูมิใจในสิ่งที่คุณทำคือ มีความมั่นใจในงานที่คุณทำว่าเป็นงานที่มีคุณค่า ความรักความมั่นใจในสิ่ง ที่คุณทำนั้นแหละครับ ที่จะเป็นพลังใจสำคัญทำให้คุณทำงานของคุณอย่าง มีความสุข สรุปอีกทีคือ มองให้เห็นคุณค่าในงานที่คุณทำอยู่ว่าได้ช่วยเหลือ เกื้อกูลต่อใคร ทำประโยชน์ให้แก่ใครได้บ้าง คิดให้ได้อย่างนี้แล้วสร้างความ ภูมิใจความมั่นใจในการงานของตนเอง ชีวิตการทำงานของคุณก็จะมีความ สุขมากขึ้น

Lesson 17 The role of good working people in every work needs progress and stability. Satisfied with the work performed How to achieve success as needed Workers must pay attention and learn to understand the work performed well. Including having to look for the good points of the work and always realize that the work done is important, adding value to himself

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

แนะนำติชม : koratdontree.com