บทเรียนที่16 สร้างกรอบ ความคิดดึงจิตใจให้แฮปปี้

สร้างกรอบ ความคิด ดึงจิตใจให้แฮปปี้

1. การได้ทำงานที่เรารัก การที่เราได้ทำงานที่เรารักหรือเราชอบจะช่วยลดระดับของความเครียด ที่เกิดจากการทำงานได้ส่วนหนึ่งเพราะอย่างน้อยเราก็จะทำงานนั้นอย่างเต็มที่ โอกาสผิดพลาดก็จะมีน้อยลง เช่น เราชอบเป็นวิทยากรบรรยาย ถ้าเจ้านาย สั่งให้เราไปบรรยายหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับงาน ประจำ ของเรา เชื่อว่าเราจะมีความสุขกับการเตรียมตัวบรรยาย เราจะให้เวลากับ มันมากโดยที่เจ้านายไม่ต้องสั่งว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ความคิด และทำ ด้วยตัวของเราเอง แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบสอนหนังสือ เมื่อได้รับมอบหมายก็จะเกิด ความเครียดขึ้นมาแล้วส่วนหนึ่งในขณะเตรียมตัวบรรยายก็จะมีความทุกข์เพิ่ม ขึ้นมาอีกหลายระดับ และเมื่อไปบรรยายจริงๆ ก็จะเกิดความเครียดเพิ่มขึ้นอีก เพราะใจมาเพียงครึ่งเดียว

2. วิธีจัดการกับปัญหาในการทำงานนอกเหนือจากได้ทำงานที่เรารักแล้ว ปัจจัยที่สำคัญคือ เรามีวิธีการ มี ความคิด จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด ถึงแม้เราจะได้ทำงานที่เรารัก แล้วก็ตาม แต่ปัญหาอุปสรรคก็ย่อมเกิดขึ้น ถึงแม้จะมีไม่มากเท่ากับการ ทำงานที่เราไม่รักก็ตาม ดังนั้น คนที่จะทำงานอย่างมีความสุขในการทำงานได้ จะต้องสามารถจัดการกับปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อุปสรรค ทางใจ” ของตัวเองให้ได้

ความคิด

เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานของ คุณและบุคลากรในองค์กรต่างๆ จึงขอแนะแนวทางดังนี้ รักงานที่เราทำอยู่ คือประตูสู่การทำงานที่เรารัก ในเมื่อความทุกข์ส่วนหนึ่งเกิดจากใจของเรา เองคือ ทำงานที่เราไม่ชอบ ดังนั้น แนวทางในการแก้ปัญหานี้แบบง่ายๆ คือ เปลี่ยนใจให้ชอบ หรือรักงานที่เราทำ ท่านทั้งหลายอาจจะรู้สึกว่าพูดนะง่าย แต่ทำจริงๆ ยากมาก วิธีการที่จะทำให้เรารักงานที่เรากำลังทำอยู่ก็คือ ให้ ค้นหาข้อดี หรือประโยชน์จากงานที่เราทำอยู่ โดยให้ถามตัวเองว่า งานที่เรา กำลังทำอยู่นี้มีอะไรบ้างที่จะเป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายในอนาคตของเรา ถ้า เป้าหมายของเราในอนาคต คือการเปิดร้านมินิมาร์ทอีก 5 ปีข้างหน้า แต่ ตอนนี้เราทำงานอยู่ฝ่ายจัดซื้อ (ซึ่งเราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่) ก็ให้วิเคราะห์ดูว่า งานจัดซื้อส่วนไหนบ้างที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเปิดร้านมินิมาร์ทของเราใน อนาคต และขอให้รักที่จะทำงานจัดซื้อเฉพาะส่วนนั้นก่อนก็ได้ เมื่อเราทำไป สักระยะหนึ่ง เราจะรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่า เราเริ่มจะรักงานที่กำลังทำอยู่ คน

ส่วนใหญ่ไม่รักงานที่ทำ เพราะมักจะมี ความคิด ว่าคนอื่น (องค์กร นายจ้าง หัวหน้า) ได้ประโยชน์ บางครั้งการไม่ชอบคน (เช่น ไม่ชอบหัวหน้า) ได้ส่งผลให้เราไม่ ชอบงานไปด้วย ถ้าเราเปลี่ยนงานทุกอย่างที่เราทำ ให้เป็นงานที่เรารักได้ วัน ข้างหน้า เราก็มีโอกาสเลือกที่จะทำงานที่เรารักได้มากอย่างแน่นอน

ไม่เบื้องานแน่ ถ้าตระหนักถึงคุณค่าของงาน คนทำงานเกือบทุกคนก็ว่าได้ ที่เคยมีความรู้สึก “เบื่องาน” อาจจะเบื่อ เป็นช่วงๆ หรือเบื่อเป็นพักๆ เพื่อเป็นระยะๆ บางคนก็รู้สึกเบื่อนานๆ ครั้ง บาง คนรู้สึกเบื่อครั้งละนานๆ บางคนก็เบื่อทุกครั้งที่ไปทำงาน (แต่ก็ไม่ยอมลาออก ไปไหนซะที) การเบื่องานมีสารพัดรูปแบบ แต่พอจะสรุปได้ง่ายๆ ว่าคนทำงาน ส่วนใหญ่เคยมีประสบการณ์กับการ “เบื่องาน” มาแล้ว ใครไม่รู้จักกับคำนี้ แสดงว่าชีวิตการทำงานยังไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนกับคนที่เกิดมาแล้วยังไม่ เคยเจอกับคำว่า “ลำบาก” คงจะเป็นไปได้ยากที่จะเห็นคุณค่าของ “ความสุข สบาย” คนที่ยังไม่เคยอดข้าว คงจะไม่รู้ซึ้งถึงคำว่า “อิ่มหรืออร่อย” คนที่ไม่ เคยเจ็บปวด คงจะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของคำว่า “สบายกายสบายใจ”

ความเบื่องานคงไม่แตกต่างอะไรกับ “น้ําจิ้ม” อาหารที่แสนจะอร่อย อยู่กับว่าเราจะใช้ความเผ็ดเปรี้ยวของน้ําจิ้มให้เหมาะสมกับการรับประทาน อาหารได้หรือไม่ ผมคิดว่า “การเบื่องาน” คงไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไร การเบื่องาน คงไม่ทําให้ใครถึงตาย แต่คนอาจจะตายเพราะโรคแทรกอย่างอื่น เช่น เมื่องาน ทําให้การทํางานไม่ดี พอทํางานไม่ดี ก็ผลงานแย่ พอผลงานแย่ ก็ถูกเลิกจ้าง พอถูกเลิกจ้างก็ไม่มีเงินใช้ เมื่อไม่มีเงินใช้ ก็มีปัญหาครอบครัว เป็นหนี้ และ อีกสารพันปัญหาที่จะติดตามมาและสุดท้ายอาจจะผูกคอตายเพราะปลงไม่ตก

Work boredom is no different from “Nam Chim”, a delicious food. Based on how we use the spicy and sour spicy to suit eating Food or not, I think “boredom” is not a bad thing. Boredom doesn’t make anyone die. But people may die due to other diseases such as when the work causes poor work When working poorly, the work is bad. The work is poor. When he was terminated, he had no money to use. When no money is used There is a problem of family debt and other problems that will follow and finally may be tied to death because of falling down.

สนุกกับการทดลองปรับปรุงคุณภาพของงาน การงานทุกอย่างมีเรื่อง ท้าทายอยู่ในตัวของมันเองเสมอว่า คุณจะสามารถปรับปรุงให้มันมีคุณภาพ ดีขึ้นได้หรือไม่ ดังนั้นในแต่ละวันที่คุณมาทำงานคุณอาจสนุกกับการเฟ้นหาปัญหาในที่ทำงานนำมาลองฝึกคิดแก้ไขดู คิดเสียว่าเป็นการท้าทายสติปัญญาของคุณว่า คุณสามารถจะทำได้หรือไม่ อาทิเช่น ทำอย่างไรถึงจะประหยัด ทรัพยากร ประหยัดเวลา หรือทำอย่างไรผลผลิตจึงจะเพิ่มมากขึ้น หรือทำ อย่างไรจึงจะวางแผนงานให้เป็นลำดับไม่ลัดขั้นตอน ฯลฯ ลองทำเรื่องเหล่านี้ให้มันดูน่าสนุก เหมือนกับเล่นเกมประเภทฝึก สมองประลองปัญญาอะไรทำนองนั้น

สาเหตุที่แท้จริงของ “การเบื่องาน” นั้นไม่ได้เกิดจากงานนั้นๆ ไม่ดี เป็น งานที่ต่ำต้อย เป็นงานที่ไม่มีหน้ามีตา หรือเป็นงานที่สกปรกเลอะเทอะอะไร หรอก แต่การเบื้องานเกิดจาก “จิตใจ” ของเรารู้สึกเอาเองมากกว่า เพราะ ถ้าสาเหตุของการเบื่องานเกิดจากงานแล้ว แสดงว่าทุกคนที่ทำงานเดียวกันนั้น จะต้องรู้สึกเบื่อเหมือนๆกัน

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

แนะนำติชม : koratdontree.com