บทเรียนที่20 ความสุขใจ ความสบายใจ

บทเรียนที่20

ความสุขใจ ความสบายใจ บทเรียนที่20 ในที่ทำงาน บรรยากาศในการทำงานของคุณดี เห็นไหม แค่ผลที่เกิดกับคุณ โดยตรงก็ดีซะจนไม่ต้องหวังผลจากคนอื่นแล้วล่ะ แล้วอย่างไรที่เรียกว่าการ ปฏิบัติตัวที่เหมาะสมล่ะ อันนี้อาจจะเป็นคำถามอยู่ในความคิดของคุณ

บทเรียนที่20

1.เคารพความเป็นส่วนตัว ความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่มีค่ามากในที่ทำงาน คุณหวังให้เพื่อนร่วม งานเคารพความเป็นส่วนตัวของคุณคุณเองก็ควรจะปฏิบัติต่อเขาเช่นกัน ด้วยการเคารพความเป็นส่วนตัว ของเขา เรื่องแบบนี้รวมไปถึงมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ที่บางที่เราอาจจะละเลย หรือมองข้ามไป เช่น การเคาะประตูก่อนเข้าไปในห้องทำงานของเพื่อนร่วม งานของคุณ บางที่คุณอาจจะคิดว่า “ ไม่เป็นไรหรอก…ก็เพื่อนๆ กันทั้งนั้น ๆ แต่เราทุกคนก็ยังมีโลกส่วนตัวที่ต้องการใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ใช้เวลากับ ความคิดของตัวเองทั้งนั้น รวมถึงตัวคุณด้วย และบางครั้ง การที่คุณ พรวดพราดเข้าไปในห้องทำงานของเพื่อนคุณ ในขณะที่เขากำลังเคร่งเครียด กับงาน ความคิดกำลังไหลลื่น แต่ก็โดนขัดจังหวะ แบบนี้เป็นใครก็คงจะรู้สึก ไม่ดีทั้งนั้น หรือถ้าไม่มีประตู ก็เคาะผนังหรือแผงกั้นห้อง แล้วพูดว่า “ขอโทษ นะครับ(ค่ะ)” ก่อนที่จะเข้าไป เมื่อได้รับเสียงตอบรับจากเจ้าของห้อง

2.รักษากติกามารยาท แม้ว่าบริษัทที่คุณทำงานอยู่จะไม่เคร่งครัดในกฎระเบียบ ก็จงอย่าใช้โอกาสนั้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของคุณเอง จริงอยู่ที่พวกเราก็โตๆ กันแล้ว คงไม่มีการมายืนต่อว่า หรือตะโกนไล่หลังคุณมา แต่สิ่งที่คุณทำก็จะถูกนำไป วิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่ดี คุณอาจจะคิดว่าการกลับบ้านก่อนเวลาสัก 10 นาที ก็ไม่เป็นไร แต่ที่จริงแล้ว การที่คุณกลับก่อนคนอื่นและยังไม่ถึงเวลาด้วยซ้ำนั้น บอกถึงความไม่เป็น Professional ในหน้าที่การงานของคุณเลย นอกจากนี้ คุณยังจะทำให้เพื่อนร่วมงานที่ต้องทำเวลาล่วงหน้า รู้สึกเหมือนพวกเขาโดน เอาเปรียบ เขาอาจจะไม่แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่เชื่อเถอะว่าภายใน จิตใจของพวกเขาก็รู้สึกไม่ดีกับคุณเข้าไปแล้ว การล่วงละเมิดกฎอย่าง น่าเกลียดอื่นๆ ก็ได้แก่ การโกงค่าใช้จ่ายที่บริษัทออกให้อย่างไม่เหมาะสม เช่น การเข้าไปหยิบข้าวของในตู้เก็บเครื่องใช้ในสำนักงานโดยพลการ เหล่านี้ล้วน เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำในที่ทำงาน

3.มีมารยาทในที่ทำงาน มารยาทในที่ทำงานเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อาจจะดูเหมือน เป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ แต่ผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ก็มีผลต่อหน้าที่การ งานของคุณได้เช่นกันการใช้โทรศัพท์ กรณีที่คุณติดต่องานและคนที่คุณต้องการพูดด้วยนั้น ไม่อยู่ละก็ อย่าสร้างความลำบากใจให้กับคนรับฝากข้อความด้วยข้อความ ยาวๆ แต่จับใจความไม่ได้ของคุณจะดีกว่า คุณอาจจะฝากข้อความไว้กับ เทปอัด หรือถ้าจะฝากข้อความ ก็ขอให้เป็นข้อความสั้นๆ กระชับ ได้ใจความ ที่สำคัญ และสิ่งเหล่านี้ก็บ่งบอกถึงลักษณะการทำงานของคุณด้วยว่าคุณ เป็นคนที่ทำอะไรอย่างฉับไว ได้ใจความ เป็นมืออาชีพ ถ้าเพื่อนของคุณโทรมาหาที่ office ในขณะที่คุณประชุมอยู่ คุณเอง ควรบอกเหตุผลเพื่อนไปว่าเหตุใดคุณถึงไม่สามารถรับฟังปัญหาของเจ้าหล่อนได้ในตอนนี้ บอกเธอซะว่าคุณติดประชุม มันเป็นภาพที่ไม่ดีเลยที่ให้ คนอีกหลายคนในห้องประชุม มานั่งรอคุณเพียงคนเดียวกับเรื่องแบบนี้ และ ถ้าเพื่อนคุณเข้าใจ เขาไม่มีทางที่จะโกรธคุณหรอก เพราะคุณก็มีเหตุผลนี่นา การใช้เครื่องถ่ายเอกสาร เมื่อคุณกำลังถ่ายสำเนาเอกสารเป็นจำนวนมากๆ แต่เพื่อนร่วมงานของคุณต้องการถ่ายเอกสารสำหรับงานของเขาเพียงแค่ แผ่นเดียว คุณก็ควรจะมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมงานได้ถ่ายเอกสารก่อน เพราะ เพียงแค่แผ่นเดียวก็ไม่ได้ทำให้งานของคุณช้าลงไปสักเท่าไรหรอก แต่สิ่งที่ คุณได้รับคือ ความชื่นชมในการมีน้ำใจของคุณ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่ากันเยอะเลย

อย่าลืมเติมกระดาษถ้ากระดาษในเครื่องถ่ายเอกสารหมด หรือถ้ามี เอกสารติดขัดอยู่ในเครื่องถ่ายเอกสาร คุณก็ไม่ควรเดินหนี ละเลยจากความ ผิดพลาดที่เกิดขึ้น คุณควรแก้ไขเพื่อให้ผู้ใช้อื่นสามารถใช้งานได้ต่อ และถ้า คุณไม่สามารถแก้ได้ การที่คุณเอ่ยปากขอร้องจากคนอื่นๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่า อายเลยถ้าคุณมัวแต่อายกับการขอความช่วยเหลือเรื่องเครื่องถ่ายเอกสาร ไม่มี ใครเขาคิดหรอกว่า “ แหม… เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ทำไม่เป็น ” (แต่ถามแล้วก็ ต้องเรียนรู้และจดจำด้วยนะ ไม่ใช่ว่าถามบ่อยๆ แบบนี้ก็ไม่ไหว) มันจะดีกว่า การที่คุณลุยแก้ในสิ่งที่คุณไม่รู้ และทำให้เครื่องเกิดชำรุดเสียหายอย่าขัดจังหวะบทสนทนา คุณไม่ควรขัดจังหวะบทสนทนาระหว่าง เพื่อนร่วมงานสองคน เว้นแต่จำเป็นจริงๆ หรือที่ร้ายไปกว่านั้นคือ อย่า ขัดจังหวะบทสนทนาระหว่างเพื่อนร่วมงานกับเจ้านาย (เพื่อนร่วมงานของ คุณอาจจะรอโอกาสมาหลายวันแล้วกว่าจะได้มาพูดคุยกับเจ้านาย โดยไม่ได้ ตระเตรียมมาก่อนเช่นนี้) ถ้าคุณมีส่วนร่วมในการสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ ก็ ขอให้ทำการสนทนากันแบบสามความคิดดีกว่าทำเพิกเฉยหรือพูดคุยโดยไม่สนใจคนอื่นเลย

เคล็ดฉลาก มารยาทในที่ทำงาน

         การรู้จักกาลเทศะ มีมารยาทและวางตัวดีในที่ ทำงานจะช่วยให้การงานราบรื่น ช่วยผ่อนคลายความ เครียดที่อาจเกิดจากคนรอบข้างได้ มันไม่ง่ายเลยใช่ มั้ยคะกับการทำงานกับคนมากมายทุกๆ วัน โดยที่คน เหล่านั้นไม่ใช่เพื่อนหรือคนที่รู้จักคบหากันมาก่อน ดัง นั้นการเรียนรู้มารยาท และการวางตัวในที่ทำงาน ก็จะ ช่วยให้การงานราบรื่นขึ้น

  • ควรทำตัวอย่างไรในการแนะนำตัว คุณควรรอให้อนุญาตให้นั่งเสียก่อนแล้วจึงนั่งลง หากได้รับคำถามว่าดื่มชากาแฟมั้ยก็ควรตอบรับเพื่อช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นที่สำคัญคืออย่าไปสายควรตรงต่อเวลาและให้เวลากับการแนะนำตัวเองอย่างไม่จํากัดเวลาแม้ว่า อกเคาจพลาดกับรถเที่ยวต่อไปก็ตาม เพราะหากคุณบอกว่า “ดิฉันต้องไป แล้วค่ะ” นั่นอาจหมายถึงว่าคุณต้องลาจากชั่วนิรันดร์
  • พนักงานใหม่ควรวางตัวอย่างไร หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดีกับผู้ร่วมงานในที่ทำงานใหม่ก็อย่าเพิ่ง กังวล คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทันที แรกๆ คุณควรศึกษากฏ ระเบียบเสียก่อนและสังเกตขนบธรรมเนียมและมารยาทในที่ทำงานใหม่ เพราะคุณอาจทำงานได้ดีมาก แต่อาจทำผิดสังคมในที่ทำงานได้ ดังนั้นคุณ จึงไม่ควรเลี้ยงฉลองอะไรในวันแรก แต่ให้ผ่านช่วงทดลองงานไปก่อน
  • ทำอย่างไรดีกับเพื่อนร่วมงาน คุณจัดการกับโต๊ะทำงานของตัวเองได้ แต่ไม่ควรยุ่งกับโต๊ะทำงานของ คนอื่น และไม่ควรเอาของใช้ เช่น กระเป๋าหรือสิ่งของไปวางในพื้นที่ทำงาน แม้ว่าคุณอยากจะโชว์ให้เพื่อนร่วมงานเห็นก็ตาม นอกจากนี้ความเครียดจะ เกิดขึ้นถ้าคุณเอาตัวไปเบียดใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมงาน เพราะมนุษย์ส่วนมาก มักมีความรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ห่างกันหนึ่งช่วงแขน กฏในออฟฟิศอีกอย่างก็ คือ เมื่อคุณจะไอหรือจามก็ควรออกนอกห้อง
  • หลีกหนีเพื่อนร่วมงานจอมเม้าต่อย่างไรดี ขณะที่คุณกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ แล้วเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเข้ามาป้วน เบียนในห้องคุณและคอยจับผิด ให้คุณถามว่า มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ หรือบอก ว่า เดียวคุณจะตามไป หรือบอกไปว่าคุณกำลังสะสางงานอย่างเร่งด่วนอยู่ หากคุณเห็นว่าไม่เหมาะที่จะทำตัวสนิทสนมด้วยก็ให้รักษาระยะห่างไว้
  • จำเป็นต้องไปสรวลเสเฮฮาหลังเลิกงานด้วยมั้ย หากเพื่อนร่วมงานชวนคุณไปดื่มหรือเข้าร้านอาหารหลังเลิกงาน แต่ คุณไปไม่ได้ก็ควรกล่าวคำขอโทษ เช่น “ขอบคุณที่ชวนนะคะ แต่บังเอิญติดธุระ” และหากคุณไปด้วยก็ควรอยู่ด้วยอย่างน้อยที่สุด 15 นาที
  • ทำอย่างไรดีเมื่อถูกจับได้ว่านินทาคนอื่น คุณกำลังนินทาเรื่องไม่ดีของผู้ร่วมงานคนหนึ่งอยู่โดยที่เธอยืนอยู่ข้าง หลังคุณ ดังนั้นคุณจึงควรกล่าวคำขอโทษและบอกว่า คุณไม่ได้หมายถึง อย่างที่พูดไปเมื่อสักครู่นี้ และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของคุณด้วยการ ช่วยเหลือเธอ เปิดเผยและซื่อสัตย์
  • เจอเพื่อนร่วมงานกลางทาง ให้คุณเดินไปหาและทักทาย หากคุณไม่แน่ใจว่าเพื่อนร่วมงานอยาก จะทักทายคุณหรือไม่ ก็ให้คุณพยายามสบตาด้วย หากเธอมองไปทางอื่นก็ แสดงว่าเธอไม่อยากทักทายคุณ แต่ถ้าคุณอยู่ใกล้ประตูรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ก็ ให้หยุดรอตอนขาลงและทักทายเธอ คุณก็จะได้เพื่อนร่วมทาง หรือหากคุณ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยก็ต้องขึ้นรถช้ากว่านี้เพื่อไม่ต้องเจอกันในลิฟต์ บางคน กลัวการอยู่ในที่แคบ เช่น ในลิฟต์ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กลัวการอยู่ในที่แคบ และเจอผู้ร่วมงานในลิฟต์ก็ควรทักทายแล้วจะหันหน้าไปทางประตูลิฟต์ก็ ไม่มีใครว่าและควรถามคนอื่นด้วยว่าอยู่ชั้นไหนแล้วกดลิฟต์ให้ด้วย
  • ไม่ควรนำโทรศัพท์มือถือเข้าที่ประชุม เพราะมันมักรบกวนห้องประชุม หากคุณจำเป็นต้องรอโทรศัพท์ สำคัญก็ให้บอกกับทางโน้นว่าในช่วงเวลานี้ คุณติดประชุมไม่อาจรับโทรศัพท์ได้ หรือระหว่างพักการประชุมก็โทรศัพท์ไปหาได้ หากคุณตั้งสัญญาณสั่น สะเทือนไว้ ก็ให้ออกไปพูดนอกห้องประชุม
  • การโต้ตอบอีเมล์ ควรตรวจเช็กและตอบอีเมล์วันละอย่างน้อยที่สุด 2 รอบ ตอนเช้า กลางวันและที่ดีที่สุดคือตอนเย็น หากคุณไม่สามารถตอบได้ทันที ก็ให้ส่งข้อความ สั้นๆ ว่าคุณไม่อยู่ 2-3 วัน และบอกด้วยว่าคุณจะอยู่ในออฟฟิศอีกครั้งเมื่อไหร่ นอกจากนี้ก็ควรเขียนอีเมล์อย่างระมัดระวังถูกต้องและไม่มีข้อผิดพลาด และ บันทึกไว้อย่างมีระเบียบเพื่อที่คุณจะได้หาได้ง่ายเมื่อต้องการค้นหา ไม่ควร ใช้คำย่อ มีคำขึ้นต้นและลงท้ายอย่างมีมารยาท

บทเรียนที่20 ความสุขใจ ความสบายใจ Lesson 20 Happiness, peace of mind

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

แนะนำติชม : koratdontree.com