บทเรียนที่29 ฉลาดแก้ปัญหา กับเพื่อนร่วมงาน

บทเรียนที่29

ลองประยุกต์ทักษะมาใช้ในเวอร์ชั่นของคุณเองบ้าง อาจ เริ่มจากคนคุ้นหน้าที่มีห้องทำงานอยู่ใกล้ๆกันหรือเจอกันตรงลานจอดรถบ่อยๆ แล้วค่อยขยายเครือข่ายไปละแวกอื่นๆ ตามจังหวะและโอกาส วิธีนี้จะช่วย เสริมทักษะในการเข้าสังคม และช่วยให้คุณมีศักยภาพในการทำงานร่วมกับ ผู้อื่นได้ดีขึ้นในเวลาอันสั้น Try to apply the skills in your own version. Some may start from familiar people with offices nearby or meet in the parking lot frequently.

 บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเป็นผู้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คุณเอง เรื่องง่ายๆ แบบนี้ได้ ฝึกไว้ให้เคยชิน แม้กระทั่งเห็นแม่บ้านถือของหนักก็ นิ่งดูดาย หยิบฉวยช่วยเหลืออะไรใครได้ให้รีบเลยทันที วิธีนี้สร้างมิตรภาพได้ผลดีพอๆ กับรอยยิ้มจริงใจเลยทีเดียว

ไม่เครียดเพราะเก๋าเกม เพื่อนร่วมงานในข้อนี้ไม่จำเป็นว่าต้องมีอายุหรือประสบการณ์การทำงานสูงเสมอไป แต่เขาหรือเธอจะมีสภาวะจิตใจหนักแน่นเป็นเยี่ยม แม้ใน วงเวลาที่เกิดแรงกดดันถึงขีดสุดยังคงรักษาความสุขุม ไหวพริบปฏิภาณ

Lesson 4 : ของแบบนี้มักต้องสั่งสมมาพร้อมกับประสบการณ์ แต่ถึง คุณจะเป็นมือใหม่ก็สามารถเรียนลัดได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะมีเพื่อนไว้ทำไมเล่า

 นอกจากเรียนรู้ว่าต้อง “ทำงานอะไร” แล้ว คุณควรสังเกตด้วยว่า เพื่อนๆ เหล่านี้เขา “ทำงานอย่างไร” ตั้งแต่วิธีคิด การรวบรวมข้อมูลเพื่อ ตัดสินใจ รวมไปถึงวิจารณญาณในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแต่ละครั้ง

 ในฐานะที่เป็นเพื่อนกัน ลองหาโอกาสพูดคุยซักถาม ขอคำแนะนำ มาใช้ในการทำงานบ้าง หรือแม้กระทั่งการนั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การทำงานวันเก่าๆ ในอดีตของเขา ก็สามารถเป็นบทเรียนในการพัฒนาตัวคุณได้เช่นกัน

 เมื่อมีปัญหาใหญ่ในเรื่องงานของตัวเองขึ้นมา จงอย่าตระหนกตกใจ โอกาสอันดีที่คุณจะได้ฝึกตัวเอง ลองใช้ประสบการณ์ส่วนตัวและที่คุณรู้มาจากเพื่อน ค่อยๆ คิดประมวลผลหาทางออก ถ้ายังไม่มั่นใจค่อยขอคำปรึกษาจากเพื่อนให้ช่วยออกความคิดเห็น ไม่ใช่คิดว่ามีเพื่อนเป็นที่พึ่งอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นแบบนั้น คุณเองจะไม่มีวันเติบโตได้เลย

ฉลาดแก้ปัญหา กับเพื่อนร่วมงาน

การปฏิบัติงานในองค์กรร่วมกันของบุคลากร จำนวนมาก ย่อมจะมีทั้งความคิดเห็นในการปฏิบัติ งานที่เหมือนกันและต่างกัน ความคิดเห็นที่ต่างกันนั้น สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งในการทำงานได้ ซึ่งถ้า ปล่อยให้ดำเนินต่อไปจะเป็นผลเสียต่อการดำเนินการ ขององค์กรในภาพรวม ดังนั้นจึงควรป้องกันและขจัด ความขัดแย้งออกไปเพื่อประสิทธิภาพขององค์กร

ความขัดแย้งในการทำงาน ความขัดแย้งในการทำงานเกิดจาก คิดเห็นบางอย่างที่ไม่ตรงกัน ไม่เข้าใจกันทั้งระดับบุคคลต่อบุคคล กลุ่มหรือแม้กระทั้งระดับกลุ่มต่อกลุ่ม ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการเข้าใจข้อมูลไม่ตรงกัน การเลือกวิธีการปฏิบัติที่ต่างกัน ค่านิยมต่างกันรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ซึ่งถ้าสรุปแล้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วน ใหญ่จะเป็นความขัดแย้งทางความคิดและความขัดแย้งที่เกิดจากผลประโยชน์

ผลของความขัดแย้ง ผลที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งอาจก่อให้เกิดผล ทั้งด้านบวกและด้านลบ เช่น ในทางบวกได้แก่ ป้องกันการหยุดอยู่กับที่กระตุ้น ให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น ขจัดปัญหาที่เลื่อนลอย เกิดการสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ๆ ส่วนในทางลบได้แก่ การทำงานร่วมกันไม่ได้ ลดความเป็นมิตรระหว่าง บุคลากร หมดความเชื่อถือและไว้วางใจซึ่งกันและกัน ต่อสู้กันอย่างไร้เหตุผล เกิดการทำงานเพียงเพื่อเป็นการเอาชนะกัน

การแก้ไขความขัดแย้ง วิธีการแก้ไขความขัดแย้งของคนเราจะต่างกัน แต่ละคนย่อมจะมีวิธีการแก้ไขความขัดแย้งของตนเอง ซึ่งวิธีการส่วนใหญ่ ที่มักจะใช้กันได้แก่ การหลีกหนีปัญหา การกลบเกลื่อนหรือถ่วงเวลาเพื่อ คลี่คลาย ปัญหา การต่อรองประนีประนอม การเผชิญหน้าโดยการเผชิญหน้า นั้นอาจมีหลายรูปแบบตั้งแต่ การลงโทษ กลั่นแกล้ง การใช้กำลังเข้าต่อสู้ เพื่อให้เกิดการแพ้ชนะการเจรจาทำความตกลงซึ่งเป็นวิธีการที่ดีและสร้างสรรค์

เทคนิคการแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหานั้นมีเทคนิคอยู่หลาย ประการด้วยกัน การแก้ไขปัญหาที่ดีเกิดจากการประยุกต์เทคนิคต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ “คนๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ก็คือ การรับฟัง การให้คำแนะนำผู้อื่นให้สามารถคิดและ แก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง การทำให้ผู้อื่นสามารถคิดและ ด้วยตนเอง และมีความรับผิดชอบ การเจรจาหาทางแก้ไขเมื่อมีการตัดสินใจได้ด้วยตนเองเมื่อมีปัญหา การมองตัวปัญหา เพื่อหาสาเหตุ

ลักษณะการทำงานที่ไม่รอบคอบ โดยมีการผิดซ้ำๆ เช่น รา ในการทำงานที่ไม่เคยอัพเดทเลย พอถามก็บอกทำแล้ว แต่ทำงานร่วมกันก็จะได้ข้อมูลแบบเดิมๆ ไม่ตรงอย่างที่พูด แล้ว ทำงานต้องล่าช้าและมีปัญหา ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์

ลักษณะการพูดให้หลงเชื่อในสิ่งที่เค้าได้สร้างเรื่องขึ้นมา 4 จริงแล้วไม่เป็นอย่างที่พูด ทำให้รู้สึกไม่มีความไว้ใจในการทำงานด้วยเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งในเรื่องส่วนตัวเค้าไม่ต้องเล่าก็ได้ แต่ก็พอ เล่าและก็โกหก

ไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องของเวลาการทำงาน ทั้งที่เป็นพนักงาน ใหม่ใน 119 วันไม่ควรมาสาย หรือขาดการทำงานในเรื่องส่วนตัวและลาป่วย โดยไม่มีใบรับรองแพทย์

เรารู้สึกว่าหลังจากที่ได้ร่วมงานกันมาเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน ทำให้ รู้ว่าเราไม่สามารถทำงานร่วมกับคนๆ นี้ได้ สำหรับหนทางแก้ปัญหา เราได้ เคยทำใจและเปิดใจเพื่อให้การทำงานไม่สะดุด แต่กลับทำให้เรารู้สึกอึดอัดเอง และไม่ต้องการทำงานร่วมกับคนๆ นี้

ทางออก ;

การมีปัญหากับผู้ร่วมงาน มีหลายลักษณะ ถ้าเขาคนนั้นมีปัญหาการ คุณคนเดียวก็อาจจะต้องหาโอกาสพูดคุยปรับความเข้าใจกัน การได้พูด กันจะช่วยให้เข้าใจเหตุผลและความรู้สึกของกันและกัน ทำให้สามา ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้หรืออาจแจ้งถึงความขัดข้องใจให้กับหัวหน้างาน บางปัญหาเป็นปัญหาจุกจิกกวนใจ ก็ต้องทนได้ พยายามนึกถึงงาน ถ้าคุณชอบงานที่ทอยู่แม้จะมีปัญหากับผู้ร่วมงานบ้างก็ถือเสียว เพิ่มรสชาติให้ชีวิต อย่าให้ปัญหาเล็กน้อยมาทำลายงานที่คุณชอบเลย

ไม่ใครก็ต้องใคร คงต้องเจอปัญหานี้กันบ้าง ยิ่ง คนมาก ยิ่งวุ่นวาย ต่างพ่อต่างแม่ ต่างที่มา มันจะเข้า กันได้อย่างไร

อยู่ไปนานๆ ยิ่งได้เห็นสันดานดิบกันมากขึ้น แล้วจะทำไงล่ะ วิธีการแก้ ปัญหาก็คือ ทำใจยอมรับค่ะ (เหมือนจะยาก แต่เราต้องพยายามฝ่าด่านนี้ให้ รอดไปก่อน) ก่อนอื่น เราต้องยอมรับสภาพสังคมค่ะ ว่าแต่ละคนมีพื้นฐานไม่ เหมือนกันเราต้องยอมรับให้ได้ว่า “ยังมีคนแบบนี้บนโลก” จริงๆ

ต่อมาให้คิดว่า อาจจะมีคนที่เบื่อเราอยู่เช่นกัน เพราะฉะนั้น ต้องเข้าใจเราด้วย ถ้าอยากให้ใครทำดีกับเรา เราต้องทำดีกับเค้าค่ะถ้าเค้าหยิ่งกับ เราก็ลองคิดทบทวนว่าเราหยิ่งใส่เขาอยู่หรือเปล่าถ้ายอมรับไม่ไหวจริงๆ ไม่อยากสุงสิงเลยกับ เจ๊ คนนั้นก็พูดคุย ทักทาย กันตามปกติ จะไม่ยอมรับเค้าเป็นเพื่อนก็ไม่เป็นไร

อย่าเอาเรื่องจุกจิกแบบนี้มาให้รกสมองเลยค่ะ งานก็เยอะอยู่แล้ว ถ้ายังมาประสาทเสียกับเรื่องคนอื่นอยู่อีก แย่ค่ะ อย่าให้ถึงกับต้องลาออกเลย

เหตุการณ์จะนิ่งสงบหรือเลวร้าย ก็อยู่ที่ใจแล้วล่ะ

คุณสมบัติที่คุณต้องฝึก คือ

1. ให้ใจเย็น มีความอดทนสูง

2. เสียสละ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และมี ความเต็มใจให้บริการ

3. มีความสามารถในการปรับตัวและมีความยืดหยุ่นในการเผชิญกับ สถานการณ์ต่างๆ

4. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี

5. มีความกระตือรือร้นในการทำงาน

Most of these people are generous and generous. This simple thing has been used to practice. Sacrifice to see the public benefits rather than personal benefits and willing to serve

บทเรียนที่29 ฉลาดแก้ปัญหา กับเพื่อนร่วมงาน Lesson 29 Smart. Solve problems with colleagues.

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

แนะนำติชม : koratdontree.com