บทเรียนที่3 ฟลุค ไม่มีทางเกิดขึ้นในธุรกิจ

PREDATOR THINKING :
บทเรียนที่3 ฟลุค ไม่มีอยู่จริงในโลกธุรกิจ


บทเรียนที่3 บทเรียนที่3 

บทเรียนที่3 :  โลกธุรกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และมีธุรกิจกำเนิดใหม่ขึ้นมากมาย คนที่ใช้คำว่า ฟลุค นั้นแทบจะไม่มีอยู่จริงในการประสบความสำเร็จหรือสร้างแบรนด์ให้โด่งดังและเป็นที่รู้จักได้อย่างแน่นอน ทุกอย่างล้วนเกิดมาจากความพยายาม การศึกษา ค้นหาแนวทางปฏิบัติ โดยถูกกลั่นกรองและวางแผนไว้อย่างมีระบบระเบียบ และถูกต้องมากที่สุด เมื่อเทียบกับทั้ง เงินสด หุ้น ที่ดิน หรือเงินฝากธนาคารก็ตามที เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามแบรนด์ก็ยังสามารถอยู่คู่กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น การที่เราเป็นเจ้าของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักนตลาด การเดินเข้าไปหาสถาบันการเงินก็สามารถขอกู้เงิน หรือมีเครดิตที่ดีกว่าคนอื่นๆ แน่นอน

The current business world is full of competition. And there are many new business. People who use the word fluke hardly exist to succeed or make a famous and well-known brand. Everything comes from the study effort. The system is moderated and planned. And most accurate. Compared to cash, land shares or bank deposits. When something happens, brands can still be sustainable. For example We own a well-known brand. Getting to a financial institution can make a loan. Or better credit than others.

 

การสร้างแบรนด์นั้นเหมือนการปลูกต้นไม้นั้นเอง เราจะเรียกว่า “ทฤษฎีต้นไม้” แบ่งออกเป็น3ระดับดังนี้

บทเรียนที่3

1.  ราก 
เป็นสิ่งที่สำคัญมากแม้ตาเราจะมองไม่เห็นเพราะอยู่ลึกลงไปใต้ดิน รากทำหน้าที่ดึงน้ำและแร่ธาติจากดินมาบำรุงต้นไม้ให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตอย่างมั่นคง และแข็งแรง

ดินเปรียบเหมือนกับข้อมูลจำนวนมหาศาลทีมีอยู่มากมาย แต่เราต้องจัดการและนำไปใช้ให้ถูกต้อง น้ำและแร่ธาตุคือข้อมูลที่มีส่วนสำคัญต่อธุรกิจ ราก นั้นก็คือวิธีการจัดการ การวิจัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ เลือกวิธีวิจัยอย่างเหมาะสม มีขั้นตอนในการวิเคาะห์และสามารถนำผลวิจัยนั้นไปต่อยอดในการสร้างกลยุทธ์แบรนด์ในขั้นตอนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2.ลำต้น
เป็นตัวยึดเพื่อให้ต้นไม้แข็งแรง และดูสวยงามไม่สั่นคลอน เป็นรากฐานที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นแก่นแท้ของต้นไม้ใหญ่ทั้งต้น เปรียบเสมือน “แก่นของตัวตนของบริษัท หรือแบรนด์ CORE BRAND “

ซึ่งลำต้นนั้นเป็นสิ่งที่ยึดโยงกิ่งก้าน ใบไว้ทั้งหมด เปรียบได้กับการควบคุมทิศทางของการเดินทางทั้งหมด ซึ่งกลยุทธ์ของแบรนด์นั้นมีด้วยกัน 3 กลยุทธ์ (Core brand Strategy)

  • Brand Future Vision
    วิสัยทัศน์ของแบรนด์ในอนาคต หรือภาพความสำคัญที่วางไว้ล่วงหน้า โดยมีหลักฐานและแนวทางดำเนินการ
  • Brand Mission
    พันธกิจแบรนด์ในอนาคตที่พึงจะต้องทำ เพื่อตอบสนองต่อ Vision ที่ตั้งเอาไว้นั้นเอง
  • Brand Positoning
    จุดยืนของแบรนด์ที่จะบอกว่าเราจะทำอะไรและจะหลีกเลี่ยงอะไร

 

3. กิ่งก้านใบ
เป็นสิ่งที่นก กาจะเห็นได้ ซึ่งเปรียบให้เห็นก็คือ ลูกค้าที่มองเห็นต้นไม้ของธุรกิจเรา ถ้ากิ่ง ก้าน และใบดูสง่า สวยงาม มีการออกดอกออกผล นกหรือสัตว์อื่นๆ ก็อยากที่จะมาอยู่อาศัยหรือเข้ามาหานั้นเอง โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะเกิดจากความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ขึ้นบางอย่างเช่น

  • Product Brand Experience :
    เกิดจากประสบการณ์การใช้สินค้า หรือบริการโดยตรงด้วยตัวเอง
  • Atmosphere Brand Experience :
    เกิดจากการสัมผัสจริง ทั้งที่ขายของแบรนด์เช่น ร้านค้าปลีกเป็นต้น
  • Communication Brand Experience :
    เกิดจากการได้รับข่าวสาร สื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ

 

โดยรวมแล้วสิ่งเรานี้สอนให้ได้ทราบว่า เราจะเดา หรือคาดการณ์แทนลูกค้าไม่ได้ทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความต้องการที่หลากหลายและคาดเดาได้อย่างยากลำบาก ท้ายนี้ความรู้เท่านั้นที่จะสามารถทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ด้วยความก้าวหน้า ต้องมีรากที่สมบูรณ์ ลำต้นที่แข็งแกร่ง และกิ่งก้านใบที่สวยงาม เพื่อทำให้ภาพรวมของแบรนด์นั้นแข็งแกร่ง สามรถต่อกรกับอุปสรรคได้ต่างๆ นาๆ

 


บทเรียนที่3
ฟลุคไม่มีอยู่จริง
ต้องเริ่มที่ทัศนคติและการวางแผนการทำแบรนด์
เพื่อความแข็งแกร่งและยั่งยืน

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *