บทเรียนที่31 ฝึกสมอง…ให้ฉลาด

บทเรียนที่31

สมองของคนเราก็เหมือนเครื่องจักรถ้าไม่ได้ เติมน้ำมันหล่อลื่น ไม่รักษาและไม่ใช้งาน ในที่สุด เครื่องก็ฝืดทำงานกะพร่องกะแพร่ง ถ้าอยากสวย ด้วยฉลาดด้วยสาวแซบต้องเริ่มฝึกสมองตั้งแต่วันนี้

The human brain is like a machine, if not Add lubricant Not keeping and not being used in the end, the machine is stiff and sluggish. If you want to be beautiful with smartness, the sibling must start to train your brain from today

1.ฉลาดด้วยดนตรี มีการวิจัยค้นคว้าด้านวิทยาศาสตร์ พบว่าการฟังดนตรีบางประเภท ทำให้ฉลาดขึ้นได้โดยเฉพาะดนตรีคลาสสิกและเพลงบรรเลงของโมสาร์ท คีตกวีอมตะของโลกจะช่วยให้ความคิดเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและคิดได้เร็วขึ้นส่วนเพลงบรรเลงคลาสสิกของบาค บีโธเฟน จะช่วยกระตุ้นให้สมองพัฒนาและเติบโตขึ้น มีสมาธิ และจิตใจสงบ เหมาะสำหรับคนที่เจอแต่ความเครียดทั้งวัน

2.ฉลาดด้วยการทำสิ่งใหม่ๆ การทำสิ่งใหม่ๆ สามารถทำได้หลายรูปแบบ อาจจะแค่นั่งฝันถึงเรื่องท้าทายที่คุณไม่เคยทำ หรือไปเรียนศิลปะ ไปเต้นรำ เล่นกีฬา เรียนภาษาไทย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นสมองคุณให้เกิดความสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งวัน ซึ่งก็จะทำให้สมองได้ทำงานไปในตัว

3.การฝึกจำ เป็นการบริหารสมองที่ดีมาก จะสังเกตได้ว่าพออายุมากขึ้น ความจำของเราจะทำงานได้ด้อยลง ที่ เป็นอย่างนี้ก็เพราะสมองเริ่มฝ่อเล็กลงแล้วนั้นเอง เราจึงต้องบริหารสมอง ด้วยการหางานให้มันทำเพื่อยืดอายุการฝ่อให้ช้าลง อาจจะลองฝึกจำตัวเลข จำหน้าคน หรือท่องศัพท์ภาษาอังกฤษวันละ 10 ตัวก็ได้

4.ฉลาดด้วยการบริหารจิต เช่น การเล่นหมากรุก เล่นเกมใบ้คำ เล่นเกมอักษรไขว้ เป็นการส่ง ใจให้จดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ทำเพียงอย่างเดียวนอกจากได้บริหารสมองแล้ว ยังได้ฝึกสมาธิไปในตัวด้วย

5.ฉลาดด้วยอาหารที่สมองต้องการ ได้แก่ สารอาหารพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และ ไขมันที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูสภาพของเซลล์สมองมีอยู่ในผัก เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นม ไข่ งา ฟักทอง โดยเฉพาะเนื้อปลาจะมีกรดโอเมก้า 3 ซึ่งสมองต้อง อยู่มากที่สุด

เทคนิคการประชุม อย่างมืออาชีพ

  • สิ่งที่ต้องตั้งเป็นหลักเพื่อตรวจสอบการประชุมให้มีประสิทธิภาพ
  • มีการส่งกำหนดการล่วงหน้าหรือไม่? (ประชุมกันเรื่องอะไร เพื่ออะไรที่ไหน เมื่อไหร่)
  • คนที่เข้าร่วมประชุม ครบถ้วนและถูกต้องแล้วหรือไม่? ถ้าขาดคนสำคัญบางคนไป บางที่ก็ควรเลื่อนมากกว่า เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
  • ถ้ามีเอกสารที่ต้องอ่านก่อน เพื่อทำความเข้าใจล่วงหน้า มีการส่ง เอกสารล่วงหน้าก่อน 48 ชั่วโมงหรือไม่?
  •  ผู้เข้าประชุม มีการอ่านเอกสารล่วงหน้าหรือไม่? แทนที่จะต้องเสียเวลาระหว่างประชุมมาเล่าถึงที่มาที่ไปการส่งเอกสารให้อ่านก่อนล่วงหน้าพอเวลาประชุมก็พุ่งประเด็นไปที่การอภิปรายกันได้เลยไม่ต้อง เกริ่นกันให้เสียเวลาอีก
  • เริ่มประชุมตรงเวลาหรือไม่?
  • เมื่อเข้าร่วมประชุม คุณตั้งสมาธิอยู่ในการประชุมหรือไม่? ขจัดสิ่งรบกวนจำพวก E-mail, chat, twitter
  • ทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นแล้วหรือไม่?
  • ได้มีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง(ถ้าเป็นการประชุมเพื่อตัดสินใจ)โดยไม่เสียเวลาในการอภิปรายกันจนยืดยาวเยิ่นเย้อเกินความ จำเป็นหรือไม่?
  • ใครเป็นคนบันทึกผลการประชุม?
  • สิ่งอำนวยความสะดวกทำงานได้ดีหรือไม่? คุณภาพเสียงโทรศัพท์(กรณีประชุมทางไกล) ห้องประชุม โปรเจ็คเตอร์ และอื่นๆ
  • มีเวลาพักบ้างเป็นช่วงๆ ทุก 60 นาที

ปัญหา เกี่ยวกับการประชุม

  • การประชุมอาจเกิดปัญหาได้จากประเด็นต่อไปนี้ 
  • การประชุมเริ่มและเลิกไม่ตรงเวลา
  • เรื่องที่นำเข้าสู่การพิจารณามีมากเกินไป
  • มีผู้เข้าร่วมประชุมมากเกินไป
  • ผู้ซึ่งควรจะเข้าประชุมไม่มาประชุม
  • ผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ประชุมได้มาประชุม
  • เรียกประชุมโดยไม่มีเหตุผลที่ควรจะต้องประชุม
  • การประชุมใช้เวลายาวนานเกินกว่าที่ควร
  • ผู้เข้าประชุมไม่ตระเตรียมที่จะมีส่วนร่วมในการประชุม
  • ผู้เข้าประชุมมีวุฒิภาวะและระดับความคิดแตกต่างกันมาก
  • ปิดประชุมโดยไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
  • ข้อบกพร่องที่มักเกิดขึ้นในการประชุม
  • ข้อบกพร่องที่เกิดจากประธาน
  • ไม่รักษาเวลา มาสาย
  • ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ดำเนินการประชุม
  • ไม่แจ้งระเบียบวาระการประชุม
  • จัดระเบียบวาระการประชุมไม่น่าสนใจ
  • ไม่จัดทำเอกสารให้ผู้ร่วมประชุมศึกษาล่วงหน้า
  • เป็นเผด็จการ ถือความคิดของตนเป็นหลัก มีทิฐิ ใช้อารมณ์มาก เกินไป
  • มีอคติ ลำเอียง ไม่วางตัวเป็นกลาง
  • ไม่ศึกษาข้อมูลและเนื้อหาที่นำเข้าประชุม
  • ขาดสมรรถภาพในการฟัง บางครั้งนั่งหลับ
  • ถ่อมตัวหรือรู้สึกว่า ตนมีความรู้น้อยกว่าคนอื่น
  • ผูกขาดการพูดหรือพูดมากเกินไป
  • ไม่สามารถควบคุมการประชุมให้มีประสิทธิภาพ
  • เรียกประชุมบ่อยหรือมากเกินไป
  • ครอบงำความคิดของผู้ร่วมประชุม
  • ขาดการเร่งเร้าให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น
  • ไม่กำหนดเวลาให้ผู้เข้าร่วมประชุมพูด
  • ไม่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประชุมแสดงความคิดเห็น
  • เกรงใจผู้อื่นมากเกินไป บางครั้งตัดสินใจไม่เด็ดขาด
  • ขาดประสบการณ์ในการนำการประชุม
  • ใช้เวลาในการถกปัญหาบางเรื่องมากเกินไป
  • ไม่สามารถจับประเด็นหรือสรุปความเห็นของที่ประชุม
  • สรุปเรื่องช้าเกินไป หรือสรุปผลไม่ตรงประเด็น
  • ปิดประชุมช้าเกินไป ใช้เวลานาน ผู้เข้าประชุมเบื่อหน่าย

ข้อบกพร่องที่เกิดจากเลขานุการ

  • ไม่จัดส่งระเบียบวาระการประชุมแก่ผู้เข้าประชุมล่วงหน้า หรือส่งล่าช้า
  • ขาดความรับผิดชอบ ไม่เตรียมพร้อม ไม่ดูแลความเรียบร้อย
  • เตรียมเอกสารการประชุมไม่ครบถ้วน
  • ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่ประชุม
  • ขาดทักษะในการบันทึกการประชุม บันทึกผิดพลาดคลาดเคลื่อน
  • จัดทำรายงานการประชุมล่าช้าและไม่เรียบร้อย

ข้อบกพร่องที่เกิดจากผู้เข้าประชุม

  • มีจำนวนผู้เข้าประชุมมากเกินไป
  • มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจแตกต่างกัน
  • ไม่เห็นความสำคัญของการประชุม ไม่เตรียมข้อมูล
  • ถือความเห็นตนเองเป็นใหญ่ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  • พูดไม่ตรงประเด็น พูดเรื่องไร้สาระ
  • บางคนพูดมากเกินไป บางคนไม่ยอมพูด
  • บางคนสงวนท่าที่มากเกินไป ไม่ยอมแสดงความคิดเห็นใด ๆ  บางครั้งแย่งกันพูดในเวลาเดียวกัน 
  • ใช้อารมณ์ในการอภิปรายแสดงความคิดเห็น
  • ชอบพูดจาโอ้อวด แต่ไม่ยอมรับดำเนินการเรื่องใด
  • ตกลงกันมาล่วงหน้าเพื่อให้มติออกมาอย่างที่ตนเองต้องการ ขาดสมรรถภาพการฟัง นั่งหลับ หรือจับกลุ่มคุยกัน
  • ขาดการประชุมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
  • มาสาย ไม่ตรงต่อเวลา
  • ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าอภิปรายโต้แย้ง
  • ไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุม ไม่เห็นความสำคัญของมติที่ประชุม
  • มีทิฐิ ดื้อรั้น ไม่มีมารยาท ใช้วาจาไม่สุภาพ
  • ไม่รักษาระเบียบวาระการประชุม อภิปรายหรือเสนอญัตติไม่ตรงตามระเบียบวาระ
  • ไม่เข้าใจวิธีการประชุมหรือวิธีพูดอภิปรายในที่ประชุม
  • ไม่รู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง สรุปหรือสั่งการแทนประธาน 
  • นำเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • ขาดประสบการณ์ ลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่พร้อมจะลงมติ
  • ยอมให้ผู้นำการประชุมครอบงำความคิด
  • มีผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุม แต่มาเข้าประชุม

Clever with music Have research in scientific research Found that listening to certain types of music Making it more intelligent, especially classical music and Mozart instrumental music The timeless composers

บทเรียนที่31 ฝึกสมอง…ให้ฉลาด Lesson 31 Brain Training … Be wise.

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

แนะนำติชม : koratdontree.com