บทเรียนที่4 ความคิดที่ใช้ในการสร้างรายได้และความสุข

PREDATOR THINKING :
บทเรียนที่4 ความคิดที่ใช้ในการสร้างรายได้และความสุข


บทเรียนที่4

บทเรียนที่4 ความคิดที่ใช้ในการสร้างรายได้และความสุข

จะมาเล่าเรื่องตัวอย่างที่น่าอ่านของยอดนักขายประกันของโลกอย่าง Frank Bettger “โดยในปี ค.ศ. 1907 หลังจากที่ผมเล่นเบสบอลไปได้ไม่นานนัก ผมก็ประสบ กับปัญหาที่ใหญ่หลวงมากของชีวิตวันนั้น ผมเล่นในทีม จอห์นสัน เพ็นซิลวาเนีย ในการแข่งขัน State League ช่วงนั้น ผมยังหนุ่ม มีกําลังวังชา และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเป็นผู้พิชิตชัยชนะแต่ผมกลับถูกผู้จัดการทีมไล่ออก

 

 

ผู้จัดการทีม บอกถึงเหตุผลที่ต้องไล่ผมออกจากทีมว่า เพราะผมขี้เกียจเล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคาดหวังเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว

“คุณมัวแต่วิ่งไปรอบสนาม เหมือนนักเบสบอลที่เล่นมาเกือบ 20 ปี ถ้า ไม่ใช่เพราะ ความขี้เกียจ แล้ว คุณคิดว่า มันเป็นเพราะอะไร?”

ผมตอบเขาไปว่า “เอาละ คุณเบิร์ต วันนี้ ผมประหม่าและตื่นเต้นมาก จึงไม่ต้องการที่จะให้ ใคร ๆ เห็น โดยเฉพาะทีมของคู่แข่ง ผมเชื่อว่า ต่อแต่นี้ไป ผมคงไม่ประหม่า หรือ ตื่นสนามอะไรอีกแล้ว”

บทเรียนที่4

เขาตอบว่า “แฟรงก์ มันคงไม่ได้ผลอะไรหรอก หากคุณยังขืนทําตัวอย่างนี้ อยู่อีกต่อไป มันมีแต่จะฉุดกระชากให้คุณแย่ลง แม้ว่าคุณจะออกจากที่นี่ไปทํางาน อย่างอื่นแล้วก็ตาม คุณต้องปรับปรุงตัวเองในการทํางานเสียใหม่ ทําให้มันมีชีวิต ชีวา กระตือรือร้น มากกว่านี้”

 

ตอนนั้น ที่เมืองจอห์นสัน ผมมีรายได้จากการเล่นเบสบอล เดือนละ 175 เหรียญ เมื่อผมตกงาน ผมก็เดินทางไปที่เมืองเชสเตอร์ ในรัฐเพนซิลวาเนีย เพื่อ เข้าไปอยู่กับทีม ที่จะแข่งขันใน Atlantic League โดยได้ค่าแรงเพียงเดือนละ 25 เหรียญเท่านั้น

บทเรียนที่4

แต่คราวนี้ ผมเล่นด้วยความมุ่งมั่น กระตือรือร้น หลังจากที่เล่นไปได้เพียง แค่ 3 วัน แดนนี มีฮาน นักกีฬาอาวุโสของทีม ก็ถามผมว่า“แฟรงก์ ทําไมคุณถึงมาเล่นอยู่กับทีมเบสบอลที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง อย่างนี้?”

ผมตอบเขาไปว่า “แดนนี่ ถ้าหากผมได้งานใหม่ที่ดีกว่า ผมก็คงไม่อยู่ ที่นี่หรอก”

 

อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา แดนนี่ แนะนําให้ผมไปทดสอบสมรรถนะ ความ สามารถที่ทีม นิวเฮเว่น คอนเน็คติกัด เรน และ น. วันแรกที่ผมได้ลงเล่น มันเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก ผมยังจํามันได้ดี ไม่เคยลืมเลยในชีวิตในทีมนั้น ไม่เคยมีใครรู้จักมักคุ้นกับผมมาก่อน ผมจึงตั้งใจว่า จะไม่ยอมให้ใครมากล่าวหาว่าผมเป็นคนขี้เกียจอีก ผมจะต้องเป็นนักกีฬาที่มี ความกระตือรือร้น มากที่สุด โดยเฉพาะในการแข่งขัน New England League มากกว่าใคร ๆ

 

การแข่งขันของผมในวันนั้น มันส่งให้เกิดผลที่แสนมหัศจรรย์อย่างบ้าน 3 อย่างด้วยกัน คือ

  1. ผมเกิด ความกระตือรือร้น ที่ช่วยขจัด ความกลัว ที่มีอยู่หมดไปอย่าง สิ้นเชิง เพราะ ความประหม่า หรือการขาด ความเชื่อมัน มันมีผลต่องานที่ผมทํา เมื่อผมเล่นได้ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น มันจึงช่วยผมได้มาก

(ถ้าคุณเคยประหม่าเหมือนอย่างผม ก็น่าจะได้ประโยชน์จากที่ผมทํานี้ อย่าปล่อยทิ้งเอาไว้
รีบปรับเปลี่ยนมันเสีย อย่าให้ เจ้า ความประหม่า หรือ ความ ไม่เชื่อมั่น ทํางานให้คุณ ด้วยการเปลี่ยนเป็น ความกระตือรือร้นแทน)

  1. ความกระตือรือร้น ในการเล่นเบสบอลของผมคราวนี้ มีผลกระทบ ต่อเนื่องไปถึงเพื่อน ๆ ร่วมทีม ทําให้ทุกคนมี ความมุ่งมั่น และ ความ กระตือรือร้น เพิ่มมากขึ้น
  2. แทนที่ผมจะเป็นลมฟุบคาสนามเพราะความร้อนของแดด กลับทําให้ ผมมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น เล่นดีขึ้น มากกว่าการเล่นทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา

ในเช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ นิวเฮฟเว่น ก็พาดหัว อย่างน่าตื่นเต้นว่า“เบ็ตต์เจอร์ ผู้เล่นหน้าใหม่ ที่เล่นด้วย ความกระตือรือร้น อย่างเต็มเปี่ยม ในการแข่งขัน ช่วยปลุกระดมนักกีฬาของเราทุกคน ไม่เพียงแต่ได้ชัยชนะ ครั้งนี้เท่านั้น และมันยังเป็นการเล่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยลงในฤดูการแข่งขัน

 

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

คุณเป็นอีกคนหนึ่ง ที่เคยบอกใครต่อใครว่า สักวันหนึ่งข้างหน้า คุณจะต้องประสบ ความสําเร็จ ได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ การที่คุณประกาศออกไปเช่นนั้น
ก็เพียงต้องการบอกให้รู้ว่า คุณมี ความรอบรู้มากน้อยเพียงไหน และจะ ก้าวไปไกล ได้สักเพียงใด นี่ก็ผ่านไปแล้วปีหนึ่งเต็ม ๆ มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือเปล่า
อะไรบ้างที่คุณได้ทําลงไป ตลอดเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา คุณทําอะไรบ้าง ที่เป็น ความสําเร็จ ซึ่งเป็น โอกาส อันสําคัญของคุณ
หรือว่า มัน ล้มเหลว ลงโดยสิ้นเชิง เราไม่พบ ชื่อของคุณ ในบรรดาผู้ประสบ ความสําเร็จ เลย
ข้อคิดจาก บทเรียนที่4

 

 

ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหม เพราะที่คุณ ล้มเหลว นั้น ไม่ใช่เพราะคุณไม่มี โอกาส เป็น แต่เพราะคุณไม่ได้ลงมือทํา ต่างหาก .

ทําไม คุณไม่ท่องจํา บทกลอนบทนี้เอาไว้สอนใจคุณล่ะท่องมันทุก ๆ วันจนจําได้ขึ้นใจ เหมือนกับที่ สแตนลี่ย์ เก็ตติส เคยทํา นั่นแหละ มันดีออกจะตายไป 20ผมเคยอ่านบทความ ของ วอลเตอร์ พี. ไครสเลอร์ แล้วประทับใจมาก จนต้องเขียนแล้วเก็บใส่อยู่ในกระเป๋า เพื่อควักออกมาอ่านเตือนใจตลอดเวลา จนมันจําได้ขึ้นใจ ซึ่งผมก็เชื่อว่า คงมีเพื่อน ๆ นักขายหลายคน ทําอย่างที่ผมทําบ้างแน่ๆ

มีคนถามเขาว่า คุณสมบัติอะไรบ้าง ที่เป็นปัจจัยหรือองค์ประกอบอย่าง สําคัญ ทําให้เขาประสบ ความสําเร็จ ในชีวิต เช่น ความสามารถ ความอดทนความกล้าหาญ ฯลฯ ซึ่งเขากลับตอบว่า เคล็ดลับ ที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ ความ กระตือรือร้น มากกว่าอะไรอื่นทั้งสิ้น

เขายังบอกเพิ่มเติมอีกว่า “สิ่งที่สําคัญกว่าอะไรอื่น คือ ความกระตือรือร้น เพราะผมชอบคนที่ กระตือรือร้น มันทําให้ผมตื่นเต้น กระฉับกระเฉง และพลอยกระตือรือร้นตาม ไปด้วยเมื่อคุณมี ความกระตือรือร้น ในการขาย ก็จะทําให้ลูกค้ามี ความ กระตือรือร้น ตามไปด้วยเช่นกัน”

 

ใช่ ความกระตือรือร้น เป็นคุณสมบัติที่จําเป็นและสําคัญยิ่งในงานการขาย ทุกชนิด เพราะเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะแพร่ระบาดต่อไปให้คนอื่น ๆ เมื่อใด ที่คุณพูดด้วย ความกระตือรือร้น คนฟังก็จะพลอย กระตือรือร้น ตามคุณไปด้วย แม้ว่าสิ่งที่คุณนําเสนอออกไปนั้น มันจะไม่เอาไหนเลยก็ตามหากปราศจาก ความกระตือรือร้น แล้วไซร้ การนําเสนอของคุณก็จะ จืดชืด เหมือนกับไก่งวงค้างปีนั่นเอง

ความกระตือรือร้น ไม่ใช่การแสดงออกจากภายนอกเท่านั้น เมื่อไหร่ ที่คุณเกิดความรู้สึก มันก็จะแสดงออกให้คุณรู้ แม้ว่าช่วงเวลานั้นคุณกําลังนั่งอยู่ คนเดียวเงียบ ๆ เพราะหากคุณเกิดความคิดอะไรขึ้นมา ความกระตือรือร้น ก็จะ เข้าไปช่วยขยายความคิดนั้นให้กว้างขวางออกไป ขยายตัวอย่างเต็มที่เมื่อคุณเกิด ความกระตือรือร้น ก็จะไม่มีใครมาหยุดยั้ง หรือรั้งคุณเอา ไว้ได้

ความกระตือรือร้น จะช่วยขจัด ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล ต่าง ๆ ได้โดยสิ้นเชิง ทําให้คุณทํางานดีขึ้น มีผลงานเพิ่มขึ้น มีรายได้สูงขึ้น มีสุขภาพ มีความร่ํารวยมั่งคั่ง มากขึ้นแน่นอน

รู้อย่างนี้แล้ว ทําไมคุณถึงไม่เริ่มต้นเสียที่ล่ะ ทํามันเสียวันนี้ เดี๋ยวนี้ซีครับ คุณต้องบอกกับตัวเองว่า มันเป็นสิ่งที่คุณทําได้ และควรต้องทํา


บทเรียนที่4
บทเรียนที่4 ความคิดที่ใช้ในการสร้างรายได้และความสุข
ต้องเริ่มที่ทัศนคติและการวางแผนการทำแบรนด์
เพื่อความแข็งแกร่งและยั่งยืน

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

10 thoughts on “บทเรียนที่4 ความคิดที่ใช้ในการสร้างรายได้และความสุข

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *