บทเรียนที่49 พัฒนาด้วยตัวเราเอง

บทเรียนที่49

สำหรับคนที่เป็นพนักงานบริษัทในทุกระดับ บอกได้คำเดียว ว่า ถ้าท่านยังรักษาเก้าอี้นี้ไว้ได้ ท่านถือว่าเป็นคนที่โชคดีที่สุดในยุค นี้อีกคนยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก

เพราะในรอบ 2 – 3 ปีที่ผ่านมานั้น มีการปลดคนงาน เลิกจ้าง และไล่ออกมากมาย เพราะบริษัทไปไม่รอด อยากถามสักนิดหนึ่งว่า ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท การปลดคนงานออก กับการเป็นหนี้สินที่ยัง ไม่รู้ว่าจะใช้คืนเขาได้หมดหรือไม่ คุณจะเลือกหนทางใดครับ

หลายคนนึกว่าตนเองนั้นไม่มีวันถูกปลดออกชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์ ก็เพราะเคยเป็นพนักงานดีเด่น หรือพนักงานยอดเยี่ยมหลายปีซ้อน แต่ก็ยังมีโดนให้ออกจากงานมาแล้วมากมาย

บอกได้คำเดียวว่า ตราบใดที่เรายังต้องพึ่งคนอื่นอยู่ รับรอง ได้ว่า “อนาคตนั้นไม่มีทางแน่นอนได้เลย” ยิ่งพนักงานในระดับล่าง และระดับกลางนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะโดนปลดออกแบบไม่รู้ตัว อันนี้ไม่ได้บอกให้ท่านใจเสียแต่อย่างใดแต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ และ มีคนอีกมากมายที่พร้อมจะเข้าไปทำงานแทนท่านในทุกนาที พวก นายจ้างเขาจึงไม่เคยห่วงเลยในเรื่องนี้

มีเพื่อนหลายคนที่ทำงานในบริษัทใหญ่โต อยู่มานานเงินเดือน ก็มาก อยู่มาวันหนึ่งบริษัทให้ออกและให้เงินมาก้อนหนึ่งเป็นค่าชดเชย หลังจากนั้นบริษัทพวกนี้ไปจ้างเด็กที่จบมาใหม่แทน โดยใช้เงินเท่ากับ ที่จ้างเพื่อนผม แต่เขาจ้างคนได้ 5 คน ได้งาน 5 เท่า

แต่เพื่อนผมก็ไม่ได้ปวดใจอะไรครับ ชีวิตสุดแฮปปี้เสียอีก เขาบอกว่า “ถ้าไม่มีวิกฤต ก็ไม่เห็นโอกาสใหม่ในชีวิต” ตอนนี้เขามี กิจการของตัวเอง เป็นอาชีพอิสระที่เขาฝันมาตั้งแต่เรียน ตอนนี้เขา ได้ทำตามฝันแล้ว รักและมีความสุขกับงานที่ทำ แถมมีเวลาให้กับ ครอบครัวมากขึ้นด้วย เขาบอกว่า เขาได้เกิดใหม่ครับ ได้ชีวิตของ เขากลับคืนมาเพราะวิกฤตในชีวิตครั้งนั้นแท้ๆ ถ้าไม่มีวันนั้น ก็ไม่มีวันนี้

สมัยก่อนคงจำกันได้ว่า พ่อแม่หรือปู่ย่า ตายาย ที่เลี้ยงดูเรา มามักจะสอนเราว่า “ลูกเอ๋ยตั้งใจเรียน เรียนให้เก่งนะลูก จะได้มีงาน ดีดีทำ จะได้เป็นเจ้านายใหญ่โต” พอที่จะคุ้นๆ ไหมครับคำสอนแบบนี้ ผมเองก็ได้รับการสอนมาอย่างนั้นเหมือนกัน

แต่มาในยุคสมัยนี้ อย่าว่าแต่หางานดี ๆ ให้ทำเลย ตอนนี้ ขอให้มีงานอะไรให้ทำ ถึงแม้ไม่ชอบไม่รัก ไม่ถนัด หรือยังไม่เห็น อนาคต ก็ต้องทำกันแล้ว เพราะมันเลือกไม่ได้อีกต่อไป หากมัวแต่ เลือกก็อด

สำหรับคนที่กำลังตกงานหรือคนที่ทำงานประจำแต่เบื่องาน ทั้งเนื้องานและคนร่วมงานที่มักเป็นปัญหาโลกแตก หากยังก้มหน้า ทำงานแบบมองไม่เห็นอนาคต มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ปัญหาชีวิต เงิน ทองไม่พอใช้หรือสาเหตุใดก็ตาม จนอยากจะเปลี่ยนงานเปลี่ยนชีวิต ผมคิดว่าแนวทางการประกอบอาชีพอิสระ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ เหมาะสมที่สุดทางหนึ่ง ที่จะสามารถช่วยให้ทุกคนมีอนาคต และมี ชีวิตที่ดีได้อีกครั้งด้วยมือของตนเอง ใครทำมากได้มาก ใครทำน้อยได้น้อย

ในยุคนี้ เป็นยุคแห่งโอกาส ยุคแห่งความรู้ที่เปิดออกด้วย สื่ออันทรงพลัง ความรู้ ความชำนาญอะไรที่เคยปิดบังกันทำเพียงใน ครอบครัว ในกงสี สมัยนี้คนทั่วไปมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ได้จากแหล่งความรู้ที่เปิดออกมากมาย

จนสามารถลองปฏิบัติและนำไปประกอบเป็นอาชีพได้ ทำให้ มีอาชีพอิสระมากมาย ตั้งแต่ระดับพื้นฐานแบบที่ชาวบ้านหรือคนทั่วไป ท่าได้ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาใดๆ

เริ่มจากการค้าที่ลงทุนตั้งแต่เงินบาทเดียว ไปจนถึงระดับ คนชั้นกลางที่มีการศึกษาและเคยทำงานมาแล้ว แต่อยากจะมีกิจการ เป็นของตนเอง ซึ่งหลายคนคงจะคิดอย่างนี้ส่วนในระดับบนที่มี เพียงหยิบมือเดียว คงไม่ต้องไปห่วงเขาเหล่านั้น เพราะด้วยทุนรอน ด้วยสายสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง พวกเขาเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ เรามาเอาตัวของเรา ให้รอด และไม่ทำให้ใครเขาเดือดร้อนก็พอ

แต่ก่อนที่จะมาเริ่มรู้จักอาชีพอิสระ แนวความคิด กลยุทธ์ การหาทุน ไปจนถึงการบริหารที่ยอดเยี่ยมจากคนที่ประกอบอาชีพ อิสระจนร่ำรวยและเป็นตัวอย่างที่ดีให้ได้ เราจะพูดถึงแรงขับดันและ ตัวช่วยที่สำคัญที่คนต้องการทำอาชีพอิสระต้องมี

หรือจะเรียกว่าเป็นคุณสมบัติพื้นฐานก็ได้ แต่แนะนำว่าอย่า ไปซีเรียสหรือไปกังวลกับเรื่องเหล่านี้มาก เพราะพื้นฐานของคนนั้น ไม่เหมือนกัน ความถนัดหรือพรสวรรค์ เงื่อนไขปัจจัยนั้นต่างกัน ลอง ประยุกต์เอาแต่ส่วนที่ดีมาใช้ ส่วนที่ไม่ดีหรือไม่เหมาะกับตัวเองก็ทิ้งไป

ขอให้มั่นใจว่า ทุกอย่างนั้นพัฒนาด้วยตัวเราเอง และเราทำได้ เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เราทำไม่ได้ เพียง แต่ว่าเรายังไม่ได้ลงมือทำต่างหาก และที่สำคัญ อยู่ที่ว่า เราสู้จริงหรือเปล่าเท่านั้น

For people who are employees at all levels Can only say that if you can keep this chair He is considered the luckiest person in the era. This is more than the lottery.
Because in the past 2-3 years There were many layoffs and dismissal of workers. Because the company did not survive Want to ask a little bit that If you are a company owner Releasing workers With being a debt that is still Do not know whether or not to use him back Which path will you choose?

Many people think that they have never been released. Million percent. Because he was an outstanding employee Or excellent staff for many years But still got a lot of work out
Can say one word As long as we still have to rely on other people, we can assure you that “the future has no way of course.”

บทเรียนที่49 พัฒนาด้วยตัวเราเอง

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

แนะนำติชม : koratdontree.com