บทเรียนที่77 งานโฆษณาที่สร้างสรรค์

บทเรียนที่77

บทเรียนที่77

งานโฆษณาที่สร้างสรรค์

หลายคนบ่นว่างานโฆษณาที่เราเห็นกันโดยเฉพาะทางโทรทัศน์ ไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไร ส่วนใหญ่เน้นความตลก สนุกสนาน (แบบ ตลกคาเฟ่) และก็ไม่สร้างสรรค์อะไรมากนัก หรือไม่ก็อาศัยความดัง ความเซ็กซี่ ของดาราเป็นตัวดึงดูดความสนใจของโฆษณาชิ้นนั้น เพราะฉะนั้น เราจึงเห็นคุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ) คุณพลอย (เฌอ มาลย์ บุญยศักดิ์) ฯลฯ นำเสนอสินค้าหลากหลายแบรนด์ พูดได้ว่า ดาราเหล่านี้ทำเงินปีละหลายล้านบาทจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา

พอเข้าใจได้ว่าที่นักสร้างสรรค์งานโฆษณาที่เราเรียกกันติดปาก แบบฝรั่งว่าครีเอทีฟ (Creative) เลือกใช้โฆษณาแนวนี้เพราะไม่ต้องคิด เนื้อหาเรื่องราว (Story Board) ของงานโฆษณามากนัก ผู้ชมโฆษณา ก็สามารถจดจำงานโฆษณานั้นๆ ได้ดี เพราะเรื่องความรัก โลภ โกรธ หลง ตลก เซ็กซี่มีอยู่ในทุกตัวคน เพราะฉะนั้น ผู้ชมจึงสามารถเข้าใจ เข้าถึงโฆษณาได้เร็ว

หลักสำคัญในการทำให้งานโฆษณาสะดุดตาและเข้าถึงผู้บริโภค ได้เร็วก็คือการนำเสนอในเรื่องที่ผู้บริโภคโฆษณามีประสบการณ์หรือ ความรู้นั้นๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการใช้ดาราหรือคนดัง (Celebrity) ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยเป็นพรีเซ็นเตอร์จึงสามารถทำให้โฆษณานั้นเข้า ถึงลูกค้าเป้าหมายได้เร็ว และจดจำได้ดี

ประกอบด้วย

  1. สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการตลาด (Extend from Sound Marketing Strategy) งานโฆษณาที่มีประสิทธิภาพต้องไปในทิศทางเดียว กับกลยุทธ์ส่วนประสมการตลาดอื่นๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางจำหน่ายงานโฆษณาที่ดีต้องสื่อสารเรื่องเดียว เพื่อให้ผู้ชมโฆษณา เข้าใจง่ายและจดจำได้รวดเร็ว
  2. ต้องสื่อสารโดยยึดความคิดเห็นของผู้บริโภคเป็นหลัก (Takes the Consumer’s view) โฆษณาที่มีประสิทธิภาพต้องคิดจากความคิดเห็น ความต้องการของผู้บริโภคเป้าหมายเป็นหลัก ไม่ใช่คิดตามความ ต้องการของนักโฆษณาหรือนักการตลาดเป็นหลัก พูดง่ายๆ คือไม่ พยายามสื่อสารหรือยัดเยียดเรื่องที่อยากจะสื่อสารโดยไม่คำนึงถึง ความต้องการของผู้บริโภคเป้าหมาย
  3. ต้องโดดเด่นกว่างานโฆษณาอื่นๆ (Breaks through the Clutters) ผู้บริโภคถูกโจมตีด้วยโฆษณาจำนวนมาก เพราะฉะนั้น หากงานโฆษณาไม่โดดเด่นจริงๆ คงไม่สามารถทำให้ผู้บริโภคสนใจและ จดจำโฆษณานั้นได้
  4. ต้องไม่โฆษณาเกินจริงหรือเกินกว่าที่จะทำได้ (Delivers on Its Promises) คงไม่มีใครชอบคนหลอกลวงหรือพูดแล้วไม่ทำอย่างที่พูด งานโฆษณาที่เกินจริงหรือพูดเกินกว่าที่สินค้าหรือบริการนั้นทำ ได้ย่อมสร้างความคาดหวังสูงให้ผู้บริโภค เมื่อใช้แล้วไม่ได้ดังที่โฆษณา ย่อมสร้างความผิดหวังให้ผู้บริโภคและส่งผลเสียให้กับสินค้าหรือบริการ นั้นๆ
  5. ต้องไม่ครอบงำกลยุทธ์ทางการตลาด (Doesn’t Overwhelm the Strategy) นักโฆษณาบางท่านอาจต้องการรางวัลจากการประกวดโฆษณามากกว่าวัตถุประสงค์ของงานโฆษณาหรือกลยุทธ์การตลาด เป็นหลัก ทำให้งานโฆษณานั้นเด่นแต่ไม่ช่วยให้กลยุทธ์ทางการตล ประสบความสำเร็จ หลายท่านคงจำข้อความโฆษณาที่ว่า “กน แต่เท่” แต่คงจำไม่ได้ว่าเป็นงานโฆษณาของสินค้าแบรนด์ใด อย เรียกว่าโฆษณาแจ้งเกิดอย่างงามแต่สินค้าที่โฆษณาไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร

Creative advertising

Many people complain that the advertising we saw, especially on television Not quite creative Most of them focus on fun comedy (like a funny cafe). And not creating much Or rely on volume, sexiness Of celebrities is the attraction of that advertisement, so we see Aum Patcharapha Chaisuea) Ploy (Chermal Boonyasak), etc., offering a wide range of brands. You can say that these celebrities make millions of baht a year as a presenter.

Understood that the advertising creators we call each other Westerners that Creative (Creative) choose to use this type of advertising because do not need to think The content of the story (Story Board) of the advertising work is great. Advertising viewers are able to remember that advertisement well because of love, greedy, angry, obsessed with comedy. Sexy is in everyone, so viewers can understand. Access the ads quickly.

The key to making advertisements eye-catching and reaching consumers The fastest is the presentation that the consumer has experience or knowledge of that advertisement. Already. Therefore, using celebrities or celebrities that most people are familiar with as a presenter, then can make that ad Reach target customers quickly And remember it well.

บทเรียนที่77

ขอบคุณรูปภาพ : www.google.com

แนะนำติชม : koratdontree.com